อปท.อุตรดิตถ์ แฉ มือดี แอบเปลี่ยนโครงการถนนเชื่อม “ด่านภูดู่”

48

 

อปท.อุตรดิตถ์ แฉ มือดี แอบเปลี่ยนโครงการถนนเชื่อม “ด่านภูดู่” จากสาย 1045 เป็น 117 จี้กรมทางหลวงต้องรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ อ.ท่าปลา อ.เมืองอุตรดิตถ์ หารือร่วมกันกรณีโครงการตัดถนนตั้งแต่สาย 11 หรือ สายอุตรดิตถ์-พิษณุโลก เพื่อเชื่อมกับด่านภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เพื่อทำการค้ากับแขวงไซยะบุลี สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว โดยกลุ่มผู้บริหาร อปท.กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 อำเภอดังกล่าว เห็นด้วยและยืนยันว่า โครงการตัดถนนดังกล่าวนั้น จะต้องเป็นเส้น 1045 หรือตั้งแต่ถนนสาย 11 บริเวณแยกวังสีสูบ หมู่ 1 ต.งิ้วงาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ ผ่าน อ.ท่าปลา ผ่านเขื่อนสิริกิติ์ สิ้นสุดที่แยกต้นสักใหญ่ ต.แสดตอ อ.น้ำปาด ระยะทางราว 80 กิโลเมตร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์ เพื่อคัดค้านโครงกากรก่อสร้างถนนสาย 117 เชื่อมด่านภูดู่แทน 1045 โดยที่หารือมีมติแต่งตั้งนายเฉลิม ลาบรรเทา อดีตข้าราชการครู เป็นที่ปรึกษากลุ่ม เพื่อทำหน้าที่ร้องคัดค้านกรณีดังกล่าว

นายเฉลิม กล่าวว่า โครงการก่อสร้างถนนตั้งแต่ถนนสาย 11 เพื่อเชื่อมกับด่านภูดู่นั้น ก่อนที่จะมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปว่าจะเลือกถนนสาย 1045 หรือ สาย 117 ก่อนหน้านี้กรมทางหลวง ได้รับงบประมาณของทางราชการไปทำการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา 3 บริษัทคือ บริษัท เอ็มเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท พรี ดีเวลลอปเมนท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด และ บริษัท วี เอ็นจิเนียริ่ง คอลซัลแตนท์ จำกัด เพื่อสำรวจเส้นทางแล้วสรุปว่า ถนนสาย 1045 มีความเหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญเส้นทางนี้ จะผ่านแห่งท่องเที่ยวสำคัญคือ เขื่อนสิริกิติ์ และจากจุดเริ่มต้นของถนนถึงจุดสิ้นสุดจะผ่านชุมชน ซึ่งจะทำให้ชุมชนได้รับประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวไปในตัว แต่บริษัทไม่สามารถตัดสินใจว่าจะใช้ถนนสาย 1045 ดำเนินการ แต่ขึ้นอยู่ที่มติการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด

นายเฉลิม กล่าวว่า ก่อนที่จะตัดสินใจและสรุปว่า โครงการตัดถนนเชื่อมภูดู่นั้น มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และตัวแทนของบริษัทที่ปรึกษาถึง 3 ครั้ง ทุกครั้งก็สรุปออกมาอย่างชัดเจนว่า จะต้องตัดถนนสาย 1045 ตามที่มีการยืนยันจากบริษัทที่ปรึกษาว่า มีความคุ้มค่าทุกด้านซึ่งมีการอ้างอิงเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ว่า ถนนสาย 1045 นั้น มีความเหมาะสมคุ้มค่ามากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนถนนสาย 117 ตั้งแต่ถนนสาย 11 เริ่มโครงการบริเวณแยกป่าขนุน ต.คุ้งตะเภา อ.เมืองอุตรดิตถ์ และห่างจากจุดเริ่มโครงการของถนนสาย 1045 เพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น มีความพร้อมและคุ้มค่าเพียง 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้ทุกฝ่ายก็ยืนยันและตกลงว่า มติของที่ประชุมระดับจังหวัดจะใช้ถนนสาย 1045 เป็นถนนที่เชื่อมด่านภูดู่ และคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

“แต่การประชุมเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 เป็นการประชุมครั้งที่ 4 เป็นการประชุมแบบเงียบ ๆ ไม่มีการแจ้งให้กับกลุ่มที่เห็นด้วยกับถนนสาย 1045 เข้าร่วมประชุมด้วย มีเพียงหน่วยงานราชการ เอกชนบางราย และคนที่อ้างตัวว่าเป็นสื่อมวลชนท้องถิ่นรายหนึ่ง มีข้าราชการระดับสูงใน จ.อุตรดิตถ์ สังกัดกระทรวงหมาดไทยนั่งเป็นประธานหัวโต๊ะประชุมด้วย ซึ่งปกติข้าราชการรายนี้ไม่เคยเข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว หลังเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าว ก็สรุปออกมาเป็นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงจากถนนที่จะตัดเชื่อมภูดู่จาก 1045 เป็นสาย 117 แทน สร้างความมืนงงและแปลกใจให้กับผู้บริหาร อปท.กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 อำเภออย่างมาก ไม่คิดว่าการประชุมครั้งนี้จะกล้าทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ลักลั่นกระทำการโดยพละการ ตัดสินใจโดยพละการ งุบงิบให้ไปดำเนินการถนนสาย 117 แล้วให้คนที่อ้างตัวว่าเป็นสื่อมวลชนท้องถิ่นเผยแพร่เรื่องผิด ๆ ให้กับชาวอุตรดิตถ์ให้ยอมรับ” นายเฉลิม กล่าว

นายเฉลิม กล่าวว่า เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้บริหาร อปท.กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 อำเภอที่เห็นด้วยกับการดำเนินโครงการตัดถนนสาย 1045 ได้เข้าพบกับข้าราชการระดับสูงที่นั่งเป็นประธานหัวโต๊ะประชุมครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงจากถนนสาย 1045 เป็นถนนสาย 117 ได้สอบถามว่า เกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร ซึ่งข้าราชการรายนี้กลับตอบว่า ไม่รู้เรื่อง ที่ประชุมชงให้แบบไหนก็ว่าไปแบบนั้น น่าเสียหายที่คนเป็นข้าราชการะดับสูงตอบมาแบบนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก อย่างไรก็ตามกำลังยื่นเรื่องศาลปกครองเพื่อยกเลิกประกาศของกรมทางหลวงที่ให้ดำเนินตัดถนนสาย 117 แทน 1045 และจะดำเนินการจนถึงที่สุดจนกว่ากรมทางหลวงจะกลับมายึดตามที่เสียเงินหลายล้านบาทเพื่อจ้างบริษัทที่ปรึกษามาศึกษาข้อมูลดังกล่าวข้างต้น หากไม่ยึดตามงบประมาณที่เสียไปก็จะสูญเปล่าโดยไม่เกิดประโยชน์อะไร  /  ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน

[ngg_images source=”galleries” container_ids=”3790″ override_thumbnail_settings=”0″ thumbnail_width=”120″ thumbnail_height=”90″ thumbnail_crop=”1″ images_per_page=”100″ number_of_columns=”0″ ajax_pagination=”0″ show_all_in_lightbox=”0″ use_imagebrowser_effect=”0″ show_slideshow_link=”1″ slideshow_link_text=”[Show slideshow]” order_by=”sortorder” order_direction=”ASC” returns=”included” maximum_entity_count=”200″ display_type=”photocrati-nextgen_basic_thumbnails”]

Comments

comments

Comments are closed.