จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจตุ๋นเงินประชาชน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6

5815

 

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 แถลงข่าวการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามฐานความผิดพรบ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ 2556 ได้ผู้ต้องหา 4 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 กรกฏาคม 2560 ตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ท. ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ชวลิต ชาญเวชช์ รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต. จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผบก.สส.ภ.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม บก.สส.ภ.6 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามฐานความผิดพรบ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ 2556 ได้ผู้ต้องหา 4 ราย คือนางสาวเฌนิศา วงศ์ฟู หมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ นายฌอน(Pan Yao) สัญชาติจีน นายเคลวิน(Chen Meihang) สัญชาติจีน และนางสาวกัลย์จารีย์ วัฒนวินิน หมายจับศาลจังหวัดพิจิตร
พลตำรวจโททวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้กล่าวว่าพฤติกรรมในการจับกุมในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ถึงเดือนมีนาคม 2560 ตำรวจภูธรภาค 6 ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายๆในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 ว่าถูกหลอกลวงโดยกลุ่มคนซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของตำรวจภูธรภาค 6 และอ้างชื่อบุคคลต่างๆให้โอนเงินในลักษณะ call center โดยใช้โปรแกรม VOIP แปลงหมายเลขโทรศัพท์ให้เป็นหมายเลข 055-368114 ซึ่งเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของตำรวจภูธรภาค 6 และอ้างชื่อเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดจะโทรไปยังกลุ่มผู้เสียหายเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเป็นพนักงานไปรษณีย์ โดยกล่าวหาว่าผู้รับสายพัวพันกับยาเสพติดอยากจะแก้ไขปัญหาให้ หากผู้เสียหายดำเนินการทางการเงินโดยทำการอายัดเงิน/ถอนเงิน/ปิดบัญชี หรือโอนเงินให้ตามที่ผู้ต้องหาสั่งการ
ต่อมากองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้สืบสวนขยายผลในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 โดยพบว่ามีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดพิจิตรได้ถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกให้โอนเงินซึ่งผู้เสียหายได้โอนเงินไปให้นางสาวกัญจารีวรรธนะวิทย์นินซึ่งทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชี she พร้อมติดตามขยายผลนำไปสู่การจับกุมตัว MR.Chen Meihang และ MR.Pan Yao ชาติจีนซึ่งทำหน้าที่กดโอนเงินผ่านตู้ ATM เมื่อพิจารณาจากแผนประทุษกรรมในการกระทำความผิดของผู้ต้องหาแต่ละคดีมีความคล้ายคลึงกันและก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนเป็นจำนวนมากประกอบกับการกระทำมีลักษณะเป็นเครือข่ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำหลายส่วนมีทั้งผู้กระทำความผิดที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยและนอกราชอาณาจักร
พลตำรวจโททวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้กล่าวว่าขณะนี้มีผู้เสียหายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 คือจังหวัดพิษณุโลก 7 คดี มูลค่าความเสียหาย 7,000,000 บาท พิจิตร 1 คดี มูลค่าความเสียหาย 2,500,000 บาท เพชรบูรณ์ 2 คดี มูลค่าความเสียหาย 600,000 บาท และอุตรดิตถ์ 1คดี มูลค่าความเสียหาย 430,000 บาท ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 6 จะติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  /  ทีมข่าวพิดโลกนิวส์  รายงาน

[ngg_images source=”galleries” container_ids=”3913″ override_thumbnail_settings=”0″ thumbnail_width=”120″ thumbnail_height=”90″ thumbnail_crop=”1″ images_per_page=”100″ number_of_columns=”0″ ajax_pagination=”0″ show_all_in_lightbox=”0″ use_imagebrowser_effect=”0″ show_slideshow_link=”1″ slideshow_link_text=”[Show slideshow]” order_by=”sortorder” order_direction=”ASC” returns=”included” maximum_entity_count=”200″ display_type=”photocrati-nextgen_basic_thumbnails”]

Comments

comments

Comments are closed.