แจ้งความเอาผิดอดีตเมียผู้ว่าคนดัง

10

 

แจ้งความเอาผิดอดีตเมียผู้ว่าคนดัง หนึ่งในแก๊งมาเฟียสีกากีปล่อยกู้โหดร้อยละ 8 เจอก่อนคนแรก เซ็นสัญญาบนกระดาษเปล่า ยึดบัตรเอทีเอ็มกดเบิกเงินจากธนาคารกรุงไทย “ทำนาบนหลังคน”เข้าข่ายมาเฟียและผู้มีอิทธิพล เหยื่อกว่า 100 ราย ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการพลเรือน ข้าราชการท้องถิ่น ลูกจ้างประจำและลูกจ้างทั่วไป นายกเล็กเรียกร้อง กระทรวงมหาดไทย ปปช. ปปง. ตรวจสอบและยึดทรัพย์

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 11 กันยายน นายสิทธิชัย เจริญธนะจินดา นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นำ น.ส.เมย์ นามสมมุติ อดีตข้าราชการสังกัดเทศบาลตำบลท่าเสา
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งข้าราชการพื้นที่ต่างจังหวัดซึ่งติดกับจังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.สนิท น้อยเซ็น รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ว่า เมื่อประมาณปี
พ.ศ. 2558 ได้ไปกู้เงินจาก นางนิ(นามสมมุติ)อดีตเมียผู้ว่าคนดังที่ตกเป็นข่าวดังของจังหวัดอุตรดิตถ์เมื่อไม่นานมานี้ รับราชการที่เทศบาลตำบลท่าเสา จำนวน 50,000 บาท ไม่มีระยะเวลาการใช้เงินต้นคืนและคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 บาทต่อเดือน ตกเดือนละ 4,000 บาท ส่วนเงินต้นมีเมื่อไหร่ให้นำมาคืน เป็นงวดเดียวหรือหลายงวดก็ได้ และมีการลงชื่อในแบบฟอร์มสัญญากู้เงิน ทั้งที่ไม่มีการกรอกข้อความใดๆลงไป แต่มีการจ่ายส่งดอกเบี้ยทุกเดือน โดยนางนิได้ยึดบัตร เอทีเอ็มและสมุดเงินฝากธนาคารกรุงไทย สาขาอุตรดิตถ์ และสาขาจังหวัดใกล้เคียงของ น.ส.เมย์ เอาไว้เมื่อถึงช่วงสิ้นเดือน เงินเดือนที่ได้รับจากการรับราชการจะถูกโอนเข้าสมุดบัญชีธนาคารแล้ว นางนิก็จะนำบัตรเอทีเอ็มของตนไปทำการกดเอาเงินเอง ส่วนเงินเดือนที่เหลือจะถูก
โอนให้ทางธนาคารกสิกรไทย สาขาอุตรดิตถ์ ซึ่งนางนิอ้างว่าเงินที่นำมาปล่อยกู้ให้นั้นเป็นเงินของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ซึ่งทำงานอยู่บนสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)อุตรดิตถ์ ผลจากการที่ถูกคิดดอกเบี้ยแพงทำให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะใช้เงินต้นไม่หมดซักที จึงได้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเอาผิดตามกฏหมายต่อไป

ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้รายงานคดีที่เกิดขึ้นให้ พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก. สภ.เมืองอุตรดิตถ์ รับทราบ เพื่อรายงานต่อให้ พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด(ผบก.ภ.จว.)อุตรดิตถ์ รับทราบเช่นกัน เนื่องจากคดีปล่อยเงินกู้นอกระบบเป็นคดีที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล 1 ใน 16 รายการ ซึ่งเป็นข้อมูลจากศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) และสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ด้าน นายสิทธิชัย เจริญธนะจินดา นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา กล่าวว่า ทราบข้อมูลว่ามีข้าราชการรวมกลุ่มกันปล่อยเงินกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ผู้ปล่อยกู้มีตำแหน่งเป็นถึง
ผู้อำนวยการกองและบางคนมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ธุระการ ปล่อยเงินกู้ให้กับข้าราชการท้องถิ่นภายในเทศบาล รวมถึงลูกจ้างประจำและลูกจ้างทั่วไปด้วย ทำให้เกิดความสงสัย
ต่อรายได้ของลูกน้องบางคนมีรายได้ที่เกิดจากเงินเดือนแต่ชักหน้าไม่ถึงหลัง หลายคนตอบอ้อมแอ้ม ทำให้ทราบว่ามีการกู้เงินนอกระบบด้วยดอกเบี้ยแพงถึงร้อยละ 8 ผู้ปล่อยกู้เป็นถึง
อดีตภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีข่าวโด่งดังไปทั้งประเทศเมื่อไม่นานมานี้ เป็นการปล่อยกู้นอกระบบด้วยการคิดดอกเบี้ยร้อยละ 8 มานานเกือบ 10 ปีแล้ว ทุกคนที่กู้จะถูกยึดบัตรเอทีเอ็มเอาไว้ เมื่อถึงสิ้นเดือนทุกครั้งเงินในบัญชีจะถูกกดออกมาหมดหักดอกเบี้ยแล้ว จึงคืนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มให้ภายหลัง แล้วเมื่อไหร่เงินต้นจะหมด เรื่องนี้สามารถตรวจสอบทางธนาคารได้ว่าใครเป็นคนกดเงินลูกหนี้ที่มากู้

นายสิทธิชัย กล่าวว่า พฤติกรรมแก๊งนี้จะปล่อยกู้ให้กับข้าราชการพลเรือนและข้าราชการท้องถิ่น ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอฟากท่า อำเภอน้ำปาดและอำเภอบ้านโคก ยอด
เงินที่กู้มีตั้งแต่ 10,000 – 400,000 บาท คาดมีลูกค้ากว่าร้อยรายที่ตกเป็นเหยื่อ กรณี น.ส.เมย์ เป็นคนแรกที่กล้าเข้าร้องทุกข์และแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมาย เพื่อเอาผิดกับผู้ที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยแพงมหาโหดและทำนาบนหลังคน รัฐบาลและหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย จะต้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ เพราะคนปล่อยกู้เป็นถึงอดีตเมียผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปปท. ปปช. ปปง. ต้องตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของเงินปล่อยกู้ได้มาอย่างไร ร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ มีการเสียภาษีถูกต้องไหม

แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า พล.ต.ต.อดิศักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ทราบข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดที่ลงไป
หาข้อมูลบนศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์พบว่าที่ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ มีผู้ปล่อยเงินกู้เป็นชายชื่อว่า “ชัย” ส่วนที่สำนักงาน อบจ.อุตรดิตถ์ 1 ราย เป็นหญิงชื่อว่า “น้อย” และที่สำนักงานเทศบาลท่าเสา 1 รายเป็นผู้หญิงชื่อว่า “บุ๋ม” ทั้ง 3 คน เกี่ยวเชื่อมโยงการปล่อยเงินกู้มีลูกค้าที่เป็นข้าราชการพลเรือน ข้าราชการท้องถิ่น ลูกจ้างประจำและลูกจ้างทั่วไป โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 เกินกว่ากฏหมายกำหนด เข้าข่ายเป็นมาเฟียหรือผู้อิทธิพล ที่จะต้องถูกปราบปรามตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

แหล่งข่าวคนเดิมจากสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวด้วยว่า หลังเจ้าทุกข์แจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่จะประสานทางธนาคารขอทราบถึงความเคลื่อนไหวสมุดบัญชีผู้ปล่อยกู้และภาพจากกล้องวงจรปิดผู้กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม หากสาวลึกไปคงต้องอาศัยหน่วยงาน ปปง.เป็นหลัก จะเข้าข่ายถึงยึดทรัพย์หรือไม่ต้องดูผลสอบสวนก่อน  /   ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน

Comments

comments

Comments are closed.