เหยื่อดอกเบี้ยโหดอุตรดิตถ์ มอบหลักฐานให้ พนง.สอบสวนแล้ว “สิทธิชัย”

01

 

เหยื่อดอกเบี้ยโหดอุตรดิตถ์ มอบหลักฐานให้ พนง.สอบสวนแล้ว “สิทธิชัย” จี้ มหาดไทย ย้าย “พ่อเมืองอุตรดิตถ์” พ้นพื้นที่ หวั่นการสอบไม่เป็นกลาง

กรณี นายสิทธิชัย เจริญธนะจินดา นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) ท่าเสา อ.เมืองอุตรดิตถ์ นำ น.ส.หน่อย (นามสมมุติ) อดีตข้าราชการเทศบาลตำบล (ทต.) ท่าเสา เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สนิท น้อยเซ็น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ให้ดำเนินคดีกับนางนิดา ข้าราชการระดับหน้าหน้า ทต.ท่าเสา อดีตภรรยาคนแรกของผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่ง ที่ถูกนางนิดา คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 8 บาทต่อเดือน ยึดบัตรกดเงินสด และให้เซ็นชื่อในสัญญาเงินกู้เปล่าไม่มีการกรอกตัวเลขจำนวนเงินนอกจากนางนิดาแล้วยังมีข้าราชการที่ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดอีก 2 รายคือข้าราชการ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองอุตรดิตถ์ และ ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ยังไม่มีลูกหนี้มาแจ้งความเพิ่มเติมแต่อย่างใด มีเพียง น.ส.หน่อย คนเดียวเท่านั้น ส่วนพยานก็มีเพียง 1 คนคือ นายสิทธิชัย โดยพนักงานสอบสวนได้สอบสวนนายสิทธิชัยเรียบร้อยแล้วเบื้องต้น แต่หากต้องการสอบเพิ่มเติมประเด็นอะไรอีกก็จะเรียกมาทำการสอบสวนอีก ซึ่งนายสิทธิชัยเองก็ไม่ขัดข้องและพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ส่วน น.ส.หน่อยนั้น พนักงานสอบสวนก็เดินทางไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมถึงสถานที่ทำงานแล้ว เช่นเดียวกันหากมีประเด็นใดเพิ่มก็จะต้องไปสอบสวนเพิ่ม พร้อมทั้งรับปากว่าจะมอบหลักฐานการกู้ยืมเงินจากนางนิดามอบให้พนักงานสอบสวนโดยเร็ว

“ให้พนักงานสอบสวนดูว่า รายละเอียดในสลิปเงินที่ถูกกดออกไปจากธนาคาร หรือในรายการบันทึกของสมุดเงินฝากของ น.ส.หน่อย หากตรงกับการให้การของ น.ส.หน่อยเดือนละ 4,000 บาท สัญญาเงินกู้ 50,000 บาท ส่วนหลักฐานจากทางธนาคารซึ่งเป็นภาพถ่ายขณะมีคนนำบัตรกดเงินสดอัตโนมัติของ น.ส.หน่อยไปกดเงินหน้าตู้กดเงินนั้น เจ้าหน้าที่ธนาคารกำลังดำเนินการหากได้ก็จะมอบให้กับพนักงานสอบสวนโดยเร็ว เพื่อนำมาประกอบในหลักฐานคู่กับคำให้การของ น.ส.หน่อย ซึ่งน่าจะเพียงพอที่จะออกหมายเรียกนางนิดามารับทราบข้อกล่าวหาได้ หากไม่มาภายใน 2 ครั้งก็จะต้องขอหมายจับจากศาลต่อไป แต่เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ติดต่อนางนิดาแต่อย่างใด แต่เจ้าตัวคงรู้ตัวแล้ว” พ.ต.อ.ดิษยเดช กล่าว

ด้านนายสิทธิชัย กล่าวว่า ได้ให้ทนายความร่างเอกสาร รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับนางนิดา ข้าราชการสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.อุตรดิตถ์ และ ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นแก๊งเดียวกันปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดมานานนับ 10 ปีแล้ว จนมีทรัพย์สิน เงินทอง บ้าน ที่ดิน รถยนต์ ทำธุรกิจบังหน้า เพื่อนำไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและราบปรามการทุจริตแห่งชาติข (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) สรรพากร บัญชีในธนาคารว่าสิ่งของเหล่านี้มาได้อย่างไร แต่ถึงแม้จะยังไม่มีการร้องเรียน ก็อยากจะเรียกร้องให้หน่วยงานดังกล่าวเข้ามาทำการตรวจสอบโดยด่วนก่อนที่คนเหล่านี้จะยักย้ายถ่ายเทไปที่อื่น

นายสิทธิชัย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีคลิปตนเองถูกแชร์ออกมา มีเนื้อหาพาดพิงถึงข้าราชการระดับสูงของ จ.อุตรดิตถ์รายหนึ่งว่า ให้เจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นคนเดียวกันที่ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ไปทำการเรียกรับเงินจากผู้รับเหมา เรียกรับเงินจากผู้ประกอบการโรงแรม ใช้อำนาจรังแกประชาชน ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่โตใน จ.อุตรดิตถ์ โดยการสั่งให้หน่วยงานราชการหน่วยหนึ่งไปจู่โจมค้นบ้านตนเอง แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรมกับตนเองอย่างมาก และขอยืนยันว่า คลิปทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง และพร้อมที่จะถูกดำเนินคดี แต่หากในคลิปเป็นเรื่องจริง มั่นใจว่าข้าราชการระดับสูงรายนี้จะต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน

“ส่วนกรณีที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งกรรมการสอบสวนนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ถูกพาดพิงในทางที่เสียหายในคลิปวีดิโอคลิปหนึ่งซึ่งมีการแชร์ไปทั่วประเทศนั้น การตั้งกรรมการสอบสวนก็ตั้งไป แต่จะได้ความจริงหรือไม่ตรงนี้น่าเป็นห่วง หากต้องการความจริงก็ควรย้ายออกไประจำที่กระทรวงก่อน เพราะหากปล่อยให้มีอำนาจอยู่ในพื้นที่เกรงว่า นายพิพัฒน์อาจจะไปทำลายหลักฐาน หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งจนทำให้ผลสอบสวนออกมาไม่เป็นความจริง และขอพูดไว้เลยว่า การสอบสวนเรื่องนี้อาจจะไม่มีมูลเหมือนเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้ อยากให้กระทรวงมหาดไทยกล้าทำเรื่องนี้ให้โปร่งใสหน่อย” นายสิทธิชัย กล่าว

นายลิขิต บุญแสนขัน กรรมการสภาวัฒนธรรม อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า การตั้งกรรมการสอบสวนนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ มีเกิดขึ้น 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกเรื่องที่ตกเป็นข่าวว่า อาจจะไปเกี่ยวข้องกับการซื้อบริการทางเพศเด็กหญิงที่ จ.แม่ฮ่องสอน และล่าสุดเรื่องในคลิปที่ถูกแชร์ต่อ ๆกันไปจำนวนมาก แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมกระทรวงมหาดไทย ยังให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่อีก ทำไมไม่โยกย้ายออกไปจากพื้นที่ก่อนช่วงที่อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสอบสวน เรื่องนี้คือหน้าตาและภาพพจน์ของกระทรวงมหาดไทย จะปล่อยให้เรื่องแบบนี้สร้างความมัวหมองให้กับกระทรวงมหาดไทยอยู่แบบนี้ต่อไปหรืออย่างไร –  ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน

Comments

comments

Comments are closed.