สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงราย โวยผู้บริหารสหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงราย

36

 

 

 

 

 

 

สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงราย โวยผู้บริหารสหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงรายเสียประโยชน์ หลังร่วมทุนกับ บริษัท พีที จำกัด (มหาชน)

     เมื่อวันที่ 18 กันยายน นางอัมพวา คำวัง อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 649 หมู่ 1 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงราย จำกัด จ.เชียงราย กล่าวว่า สมาชิกและกรรมการสหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงราย จำกัด ตรวจสอบพบว่า ผู้มีอำนาจในการทำนิติกรรมสัญญาของสหกรณ์ฯ ที่ไปทำสัญญาร่วมทุนกับ บริษัท พีที เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) เพื่อที่สหกรณ์ฯจะได้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์นำมันเชื้อเพลิงยี่ห้อ พีที จำนวน 5 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ อ.เมืองเชียง โดยมีการทำสัญญาผูกพัน 10 ปี ซึ่งเป็นการผิดวัตถุประสงค์และหลักการของการดำเนินการกิจการสหกรณ์ ที่ห้ามทำสัญญาร่วมทุนกับบริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่ง

นางอัมพวา กล่าวว่า การทำสัญญาครั้งนี้สมาชิกและกรรมการก็ทราบโดยหลักการว่า ผู้มีอำนาจสหกรณ์ฯ จะได้รับผลตอบแทนจากการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับบริษัท พีที ค้าการตลาดลิตรละ 1.30 สตางค์ แต่ในสัญญาที่ลงนามไปให้ค่าผลตอบแทนลิตรละ 90 สตางค์ และบังคับให้สหกรณ์ฯซื้อน้ำมันจากบริษัท พีที ขั้นต่ำเดือนละ 900,000 ลิตรใน 5 สถานีบริการน้ำมัน ถ้าซื้อไม่ถึงตามสัญญา สหกรณ์ฯจะโดนบริษัท พีที ปรับลิตรละ 80 สตางค์ จะทำให้สหกรณ์ฯ เสียประโยชน์ส่วนสมาชิกจะเสียหาย จากการประเมินน่าจะอยู่ที่เดือนละ 200,000 บาท

“ที่สหกรณ์ฯต้องเสียประโยชน์เดือนละ 200,000 บาทนั้น เนื่องจากทุกวันนี้สหกรณ์ฯ มียอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงราวกันทั้ง 5 สถานีบริการน้ำมันยังไม่ถึงเดือนละ 600,000 ลิตร แต่การทำสัญญากับบริษัท พีที ขั้นต่ำเดือนละ 900,000 ลิตร จะมีส่วนต่างถึง 300,000 ลิตร คิดเป็นลิตรละ 80 สตางค์จะตกอยู่ที่ 240,000 บาทเดือน ซึ่งเท่ากับว่าสหกรณ์ฯจะต้องจ่ายค่าปรับให้กับบริษัท พีทีเดือนละ 240,000 บาท เมื่อทำสัญญาผูกพัน 10 ปี ก็จะเท่ากับสหกรณ์ฯจะถูกปรับเป็นเงิน 28.8 ล้านบาท เรื่องนี้สมาชิกและกรรมการสหกรณ์ฯร้องไปที่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์แล้วเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้เพิกถอนมติที่ประชุมสหกรณ์และยกเลิกสัญญาโดยด่วน” นางอัมพวา กล่าว

นางอัมพวา กล่าวว่า ปัญหาที่จะตามมา หลังจากยกเลิกสัญญาที่สหกรณ์ฯทำกับบริษัท พีที ได้ทำกันเกิดขึ้นแล้วนั้น จะต้องโดนบริษัท พีที ปรับเป็นเงินรวมปีแรก 1 ล้านบาทต่อ 1 สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และจะลดเงินปรับปีละ 100,000 บาทต่อ 1 สถานีบริการน้ำมัน จนกว่าจะครบ 10 ปี หากยกเลิกสัญญาวันนี้สหกรณ์ฯจะเสียหาย 5 ล้านบาท หากยอมเสียค่าปรับจนครบ 10 ปี จะเสียหายเท่าไหร่ ความเสียหายจะเกิดขึ้นมากกว่านี้ เพราะสหกรณ์จะต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของบริษัท พีทีด้วย ดังนั้นผู้มีอำนาจสหกรณ์ จะต้องเร่งยกเลิกสัญญาทันทีก่อนที่จะเกิดความเสียหายกับสหกรณ์ไปมากกว่านี้

“พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สหกรณ์ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม 2553 ตามมาตรา 46 (1) กำหนดให้สหกรณ์กระทำการในการดำเนินธุรกิจ การผลิต การค้า การบริการ และอุตสาหกรรมเพื่อประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์ และ ม.46 (6) กำหนดให้สหกรณ์มีอำนาจกระทำการในการให้กู้ ให้สินเชื่อ ให้ยืม ให้เช่า ให้เช่าซื้อ โอน รับจำนอง หรือจำนำ หรือรับจำนำ ซึ่งทรัพย์สินแก่สมาชิกหรือของสมาชิก ซึ่งใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ได้กำหนดเรื่องการร่วมทุนกับบริษัทเอกชน จึงเกรงว่า การดำเนินกิจกรรมของสหกรณ์ฯจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนั้นผู้มีอำนาจของสหกรณ์ฯ กระทำได้ตอนนี้คือ การยกเลิกสัญญาดังกล่าวโดยไม่มีเงื่อนไข นายทะเบียนเองก็จะต้องสั่งยกเลิกมติที่ประชุมและยกเลิกสัญญาทันทีเช่นเดียวกัน” นางอัมพวา กล่าว

Comments

comments

Comments are closed.