รมต.เกษตรฯ เตือนภาคเหนือเตรียมรับมือภัยแล้งและปัญหาหมอกควัน

35

 

รมต.เกษตรฯ เตือนภาคเหนือเตรียมรับมือภัยแล้งและปัญหาหมอกควัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมสัมมนา การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในระดับพื้นที่สู่การปฏิบัติ ภาคเหนือ พร้อมเน้นย้ำให้รับมือปัญหาภัยแล้งและปัญหาหมอกควันจากไฟป่า ขณะที่สั่งการให้หน่วยงานไปสำรวจแหล่งน้ำที่กักเก็บ เพื่อใช้ในฤดูแล้งแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมสัมมนา การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในระดับพื้นที่สู่การปฏิบัติ ภาคเหนือ ทั้งนี้เพื่อเป็นการมอบนโยบายการทำงานให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นรูปที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกสำคัญคือบุคลากรในพื้นที่ระดับจังหวัดจนถึงระดับตำบล นอกจากนี้เป็นเวทีในการเชื่อมประสานนโยบายของกระทรวงฯ กับภาคส่วนอื่นที่จะร่วมกับขับเคลื่อน ภาคการเกษตรให้ระบบการผลิตและการตลาดมีความสอดคล้องสมดุลกัน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง โดยมีหัวหน้า,เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาร่วมประชุมกันทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมามอบนโยบายให้แก่หน่วยงานในสังกัด เพื่อเกิดเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ลงพื้นที่บริการแก่เกษตรกรตามพื้นที่ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเน้นหลักการตลาดนำการผลิต โดยให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดประสานงานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ในการชักจูงให้ภาคเอกชน มารับซื้อสินค้าของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งที่ให้เกษตรกรมารวมตัวกันผลิตสินค้าที่ลดต้นทุน แต่ถ้าผลิตสินค้าทางการเกษตรอะไรแล้ว ก็ควรมีผู้มารับซื้อ เช่น ที่จังหวัดพิษณุโลก ทางสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ได้รายงานว่ามีเกษตรกรผลิตสินค้า ตามโครงการเกษตรแปลงใหญ่ แล้ว จำนวน 40 แปลง มีภาคเอกชนมารับซื้อแล้ว กว่า 30 แปลง ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งโครงการนี้ก็จะขยายพื้นที่ออกไปจำนวนมาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาคเหนือ เตรียมรับมือกับภัยแล้ง และปัญหาหมอกควันจากไฟป่า ซึ่งกำลังเริ่มประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ โดยภัยแล้งนั้นให้หน่วยงานในสังกัดไปดูว่า มีจุดใดบ้าง ที่จะสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งนี้ได้บ้าง และมีจุดไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบแล้วต้องประสานกับฝ่ายปกครองที่จะต้องเข้าไปเยี่ยวยากับผู้ได้รับผลกระทบ แต่ถ้าพูดถึงแหล่งน้ำตามแม่น้ำสายต่างๆ ที่กรมชลประทาน ดูแลนั้น ณ เวลานี้เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ถือว่ามีปริมาณน้ำมากกว่า ถึงร้อยละ 40 ขณะที่ในปีนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ส่งเสริมการปลูกพืชอายุสั้นหรือใช้น้ำน้อย ประเภทถั่ว ปอเทือง เป็นต้น

Comments

comments

Comments are closed.