ผญบ.กรรมการวัดฤๅษีสำราญ ยืนยันหนักแน่น ไม่ให้กรมศิลปากรขึ้นทะเบียน “เจดีย์” โบราณ

08

 

ผญบ.กรรมการวัดฤๅษีสำราญ ยืนยันหนักแน่น ไม่ให้กรมศิลปากรขึ้นทะเบียน “เจดีย์” โบราณ หวั่นแตะต้องไม่ได้ แต่ขอแค่คำปรึกษา เพื่อนำมาปรับปรุงเอง

     เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม  2561 พระวรัญญู ตปสีโล เจ้าอาวาสวัดฤๅษีสำราญ บ้านป่าเผือก หมู่ 1 ต.ทุ้งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ พร้อมนายพิชิต โพทับ ผู้ใหญ่บ้านป่าเผือก เดินสำรวจความเสียหายที่เกิดกับเจดีโบราญภายในวัด หลังจากมติของเจ้าอาวาสวัด ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการวัดฤๅษีสำราญจะทำการปรับปรุงเจดีย์โบราณภายในวัดเอง เนื่องจากมีสภาพพังเสียหาย อิฐและศิลาแลงที่เป็นตัวเจดีย์แตก พังทลายลงมากองอยู่กับพื้นจนแทบจะมองไม่เห็นสภาพเป็นเจดีย์ จากประวัติที่นายสุเวทย์ ไพจิตกุญชร อดีตครูใหญ่ 5 โรงเรียนศิลปศาสตร์วิทยา ต.ทุ้งยั้ง พบและเขียนบันทึกประวัติของวัดฤๅษีสำราญไว้ว่า เจดีย์โบราณดังกล่าวมีเกิดขึ้นพร้อมกับวัดเมื่อปี 2469 หรือ 108 ปีที่ผ่านมา แต่เจออยู่ในสภาพเก่ารูปทรงคล้ายกับจอมปลวก ฐานล่างสุดทั้ง 4 ด้านยาว 14 เมตร และสูง 4 เมตร แต่รูปทรงของเจดีย์โบราญก่อนที่จะพบครั้งแรกจะเป็นอย่างไร จะมียอดแหลม หรือทรงสูงกว่านี้ ไม่สามารถระบุได้ นายพิชิต กล่าวว่า เดิมที่ประชุมมีมติจะทำการปรับปรุงเอง โดยการนำก้อนอิฐและศิลาแลงที่พังทลาย หรือกระจัดกระจายอยู่บริเวณโดยรอบนำมาเรียงใหม่ให้สามารถมองเห็นเป็นเจดีย์ ส่วนโดยรอบจะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ด้วยการนำก้อนศิลาแลงจากที่อื่นมาปูเชื่อมกับลานด้านหลังของประตูโบสถ์ แต่การปรับปรุงครั้งนี้ก็เกรงว่า จะทำผิดจารีตหรือความเชื่อของคนเก่าคนแก่ เพราะหากทำพิธีไม่ถูกต้องเกรงจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือสิ่งอาเพศขึ้นในหมู่บ้าน จึงจะเชิญเทศบาลตำบลทุ่งยั้ง นายอำเภอลับแล วัฒนธรรมจังหวัดและกรมศิลปากร ภาค 5 จ.สุโขทัย มาประชุมหารือกับกรรมการวัดอีกครั้ง โดยจะขอให้กรมศิลปากร ภาค 5 มาตรวจสอบที่มาที่ไปของเจดีย์ว่า สร้างในสมัยใด รูปทรงที่แท้จริงเป็นอย่างไร แนะนำพิธีเริ่มก่อนที่จะมีการการปรับปรุงเพื่อไม่ให้ผิดไปจากการปฏิบัติที่เคยมีมาในหลาย ๆ แห่ง
“สิ่งที่กรรมการวัดฤๅษีสำราญหวั่นใจคือ หลังจากกรมศิลปากร ภาค 5 มาดูเจดีย์โบราณแล้วจะขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของกรมศิลปากร เพราะหากขึ้นทะเบียนแล้วจะไม่สามารถทำอะไรได้กับเจดีย์โบราณ เพราะวัดหรือสิ่งโบราณหลายแห่งที่ถูกขึ้นทะเบียนแล้วกรมศิลปากรก็ไม่หางบประมาณมาพัฒนาปล่อยให้พังเสียหายจนไม่สามารถปรับปรุงได้ เช่นเดียวกันกับเจดีย์โบราณของวัดฤๅษีสำราญ หากถูกขึ้นทะเบียนแล้ววัดก็จะไม่สามารถเข้าไปปรับปรุงหรือพัฒนาได้ การเชิญให้กรมศิลปากร ภาค 5 เข้ามาดูแลนั้น ก็เพียงแค่ให้คำแนะนำว่าจะต้องทำอย่างไร รูปแบบทรงของเจดีย์เป็นอย่างไร จากนั้นวัดก็จะทำการหางบประมาณมาทำการปรับปรุงเอง” นายพิชิต กล่าว   –   ปวินท์ อินกล่ำ  รายงาน

Comments

comments

Comments are closed.