อดีตลูกจ้าง สปจ.อุตรดิตถ์ อุทิศตนหลังเกษียณ ให้กับงานจิตรกรรม “ฟรี”

02

 

 

 

อดีตลูกจ้าง สปจ.อุตรดิตถ์ อุทิศตนหลังเกษียณ ให้กับงานจิตรกรรม “ฟรี”

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม นายน้อย ปิ่นมณี อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/1 บ้านป่าเผือก หมู่ 1 ต.ทุ้งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ พร้อมรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้างซึ่งเป็นพาหนะคู่ใจ บรรทุกสิ่งของเครื่องเขียนทั้งพู่กัน กระป๋องสี และอื่น ๆ มุ่งหน้าสู่วัดฤๅษีสำราญ วัดประจำหมู่บ้านป่าเผือก วันทั้งวันนั่งเขียนภาพดอกไม้และอีกหลายภาพที่เป็นธรรมชาติบนผนังที่นั่งของชาวบ้านที่อยู่ใต้ร่มไม้ภายในวัดฤๅษีสำราญ หากมองดูภายนอกของนายน้อยก็ไม่ต่างกับผู้สูงอายุทั่วไป ที่ไม่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพหรือครอบครัวแล้ว จะให้ลูกหลานคอยเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า แต่สำหรับนายน้อยกลับไม่ใช่แบบที่ผู้สูงอายุทั่วไปที่ต้องอยู่กับบ้านคอยเฝ้าบ้าน ดูแลหลาน ๆ ให้กับลูกที่ต้องออกไปทำมาหากินนอกบ้าน

 

01

 

นายน้อย เล่าว่า ก่อนเกษียณในตำแหน่งลูกจ้างออกแบบโรงเรียนบ้านน้ำใส ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ในปี 2556 ได้เดินทางออกจากบ้านเกิดราวปี 2513 ไปทำงานอยู่ที่ จ.อุดรธานีกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งทำงานเป็นช่างเขียนภาพเหมือน จากนั้นปี 2516 ก็ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ก็ยังคงยึดอาชีพเดิมคือ เขียนภาพในโรงภาพยนตร์ ไม่นานปี 2519 ก็กลับมาอยู่บ้านเกิด และยังคงยึดอาชีพที่ตนถนนนั่นคือ เขียนภาพโปรแกรมหนังให้กับโรงหนังใน จ.อุตรดิตถ์หลายแห่ง พอมีเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัวไปวัน ๆ เท่านั้น แม้ไม่รวยแต่ก็ไม่มีหนี้สินให้ต้องใช้หนี้

“ปี 2539 ก็สมัครเข้าทำงานที่สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด (สปจ.) อุตรดิตถ์ ในตำแหน่งลูกจ้างทำหน้าที่ออกแบบงานเกี่ยวกับศิลปะต่าง ๆ กระทั่งปี 2541 ขอย้ายเข้ามาใกล้บ้านเกิดหน่อยคือ เป็นลูกจ้างอยู่ที่โรงเรียนบ้านน้ำใสก็ยังทำหน้าที่เกี่ยวกับงานด้านศิลปะจนเกษียณในปี 2556 แม้เกษียณออกมาแล้ว แต่ราชการก็ยังดูแลอยู่ โดยยังได้รับบำเหน็จรายเดือน ๆละ 11,000 บาท ก็พอใช้จ่ายในครอบครัวไม่ค่อยลำบากอะไรมากนัก”

 

03

 

นายน้อย บอกว่า เกษียณแล้วไม่รู้จะไปไหน ก็ยังใช้วิชาความรู้เดิมให้เกิดประโยชน์ ด้วยการรับเขียนภาพเหมือน ภาพพุทธประวัติให้กับวัดของหมู่บ้าน ทุกภาพภายในวัดทั้งผนังพระอุโบสถ์ หน้าบันศาลาการเปรียญ ฝาผนังศาลาการเปรียญ และอีกหลายจุด เขียนให้ฟรี ๆ แต่ทางวัดจะซื้ออุปกรณ์มาให้ บางครั้งพระเจ้าอาวาสก็จะให้เป็นสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับไปใช้ที่บ้านบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะฟรี มีหลายวัดติดต่อเข้ามาเพื่อขอให้ไปเขียนให้ เสนอเงินค่าตอบแทนให้ก็ได้ปฏิเสธไป เพราะไกลมีค่าใช้จ่ายและห่างจากบ้านตัวเอง หากวัดไหนใกล้ก็จะรับเขียนให้ฟรี

“อายุมากแล้ว ไม่มีเรื่องต้องใช้เงินใช้ทองอะไรมากมาย กินก็พออิ่ม ไม่ต้องอิ่มมาก กินง่ายอยู่ง่าย ไม่หวือหวาอะไร เพราะเป็นเรื่องนอกกาย ตายไปแล้วก็ไม่สามารถเอาอะไรติดตัวไปได้ แต่ทำอย่างทุกวันนี้ก็มีความสุขกายสุขใจแล้ว ตัวเองยังมีประโยชน์ เมื่อทำแล้วเห็นคนอื่นชื่นชมในผลงาน ทำให้วัดวาอารามสวยงามน่าเคารพนับถือก็สบายใจแล้ว และจะทำอย่างนี้จนหมดแรงไป จนกว่าจะจับพู่กันเขียนภาพและงานไม่ไหวก็จะหยุดพักผ่อน แต่วันนี้ยังมีประโยชน์ก็จะทำต่อไป ทำแล้วสุขกายสบายใจ กลับบ้านก็ไม่ต้องทุกร้อนกินอิ่มนอนอุ่นก็พอแล้ว” นายน้อย กล่าว  –  ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน

Comments

comments

Comments are closed.