ตายแน่ !!! เด็กหัวเล็ก จากพิษซิกา” วอนสื่อ ช่วยต่อชีวิต ครอบครัวรับภาระค่ายาไม่ไหว

05

 

พิษณุโลก ” ตายแน่ !!! เด็กหัวเล็ก จากพิษซิกา” วอนสื่อ ช่วยต่อชีวิต ครอบครัวรับภาระค่ายาไม่ไหว 30 บาทรักษาทุกโรคไม่จริง
วันที่ 27 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือเด็กพิการเป็นผู้ป่วยติดเตียงบ้านเช่าเลขที่ 29/154 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พบเด็กชายชยากร ทัปปะนานนท์ อายุ 3 ปี 10 เดือน เป็นผู้พิการทางสมอง นอนตัวเกร็ง และมีอาการชักเป็นระยะ โดยมี นายชคัตประสิทธิ์ ทับปะนานนท์ อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 103 หมู่ 5 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นบิดาดูแลอย่างใกล้ชิด
จากการสอบถาม นายชคัตประสิทธิ์ อายุ 32 ปี ผู้เป็นบิดาเปิดเผยว่า เด็กชายชยากร เป็นเด็กพิการทางสมอง การพัฒนาร่างกายเท่าเทียบเด็ก 3 เดือน เนื่องจากตอนที่มารดา เด็กชายชยากร ก่อนตั้งครรภ์ได้เป็นโรคไข้เลือดออกมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าจะส่งผลต่อลูก จนกระทั่งตั้งครรภและคลอดออกลูกมา เด็กชายชยากร มีศีรษะเล็กมาแต่กำเนิด ซึ่งหมอก็บอกว่าเด็กไม่ปกติ จนพบว่าพัฒนาการของร่างกายช้า มีอาการชักเกร็ง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และได้รักษาตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ครอบครัวเกิดประสบปัญหา ค่าใช้จ่ายยารักษาโรคของ เด็กชายชยากร ที่เป็นยานอกบัญชียาหลัก ราคาสูง เดือนหนึ่งๆกว่า 30,000 บาท เมื่อครอบครัวประสบปัญหาลูกที่รักดั่งแก้วตาดวงใจ น้องต้องมาพิการ จึงทุ่มเทหาหมอรักษา หมดเนื้อหมดตัว ตกงานเป็นหนี้ ด้วยพิษของโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่มีหลายสายพันธุ์ที่เป็นโรคประจำถิ่น เช่น เชื้อเดงกี่ ที่ป่วยแล้วถึงตาย กับ เชื้อซิกา ที่ไม่ตายแต่พิการ แต่เรื่องที่เกิดอาจทำให้ตายทั้งเป็นทั้งครอบครัว หรือฆ่าตัวตายยกครัวได้ เพราะความพิการนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ ถามว่า เรื่องแบบนี้ อาจไม่เกิดถ้าพ่อ/แม่ มีความรู้ หมอให้ความสำคัญกับประวัติการเจ็บป่วยในอดีต ที่มารดามีประวัติป่วยเป็นไข้เลือดออกก่อนตั้งครรภ์ประมาณ 6 เดือน และที่สำคัญความผิดปกติของศรีษะที่เล็ก ซึ่งสังเกตุได้จากอัตราซาวของหมอ แต่นั่นยังไม่สำคัญเมื่อกรรมมาเกิดที่ครอบครัวนี้ เคราะห์ซ้ำอีก ทั้งที่ครอบครัวมีบัตรทอง น้องก็ยังอายุแค่ 3 ขวบ 10 เดือน ที่กระทรวงสาธารณสุขให้สิทธิ์รักษาฟรี ที่สำคัญไม่ฟรีจริงทั้งหมด เพราะต้องจ่ายส่วนต่างที่เกิดจากยานอกบัญชียาหลักอีกมากมาย ทำให้เพิ่มภาระการใข้จ่าย จนก่อหนี้สินเพิ่มพูน ค้างค่าเข่าบ้าน ค่าน้ำที่ต้องให้ทางสายยาทางหน้าท้อง ผ้าอ้อมสำเร็จรูป การดูดเสมหะ ที่ต้องซื้อเครื่องดูด และต้องดูดสม่ำเสมอทั้งวัน 24 ชั่วโมง ค่ารถค่าใช้จ่ายที่ต้องไปพบแพทย์หลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้องที่มีนัดไม่ตรงกันในวันเดียว การกลับไปรับยาที่โรงพยาบาลค้างไว้บ่อยครั้ง มันเป็นภาระหนักอี่งของทุกคนในครอบครัว สรุป ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องดูแลแม่หนูน้อยที่พิการอย่างเต็มที่ เพราะน้องเป็นลูกที่ตั้งใจให้เกิดและรักผูกพันมาตั้งแต่ตั้งครรภ์ จึงวอนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านค่ายานอกบัญชียาหลัก ให้ได้สิทธิ์รักษาที่เรียกว่าฟรี ที่เป็นจริง และต้องการให้ในรายของน้องเป็นบทเรียนคนสุดท้ายที่หมอต้องให้ความสำคัญในขณะตั้งครรภ์ ถึงประวัติการเจ็บป่วยในอดีต ที่อาจมีผลต่อการตั้งครรภ์จนถึงลูกในครรภ์ ที่สำคัญความผิดปกติที่น่าจะพบที่มาตรวจทุกครั้งถึงแปดเก้าเดือนก่อนคลอด ตราบใดที่โรคไข้เลือดออกทุกสายพันธุ์ยังแก้ปัญหาไม่ได้ทุกวันนี้ครับ และขอวรสังคมให้ความเมตตาน้องได้ต่อชีวิต และมียารักษาอย่างครบถ้วน ถูกต้องตามหลักทางการแพทย์เถอะครับ อย่างให้น้องต้องถึงกับขาดยาและตายก่อนวัยอันควร ถึงลูกจะพิการ แต่เราพ่อแม่ก็รัก รักมาก อยากดูแลชีวิตเขาให้ดีที่สุด จากคำที่พ่อแม่ได้ระบายให้ฟังถึงความทุกข์ยากทั้งหมดนี้ ผู้ใจบุญท่านใดร่วมบริจาคสมทบค่ารักษาพยาบาลได้ที่ ธนาคารทหารไทยบัญชีชื่อ นางสาวลัดดา วงษ์พนัส บัญชีเลขที่ 555-2-32644-8
ภาพ/ข่าว นายวัฒนพร อัครชินพรรณ  รายงาน

Comments

comments

Comments are closed.