ไก่ต้มน้ำอ้อยอาหารพื้นถิ่นเมืองสองแคว อายุกว่า 200 ปี(มีคลิป)

12

 

พาไปชิมเมนูไก่ต้มน้ำอ้อยอาหารพื้นถิ่นบ้านวัดจันทร์ เมืองสองแคว สืบสานมานานกว่า 200 ปี ที่เรือนจันทร์เสวย บ้านวัดจันทน์ จันทร์เจ้า อ.เมือง จ.พิษณุโลก

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ม.2 บ้านวัดจันทน์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเปิดเป็นเรือนจันทร์เสวย ที่รวบรวมเมนูอาหารพื้นพื้น ท้องถิ่น ทั้งอาหารคาว หวาน ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชุมชน มีคุณภาพ สด สะอาดปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ โดยวันนี้เมนูที่นำเสนอคือเมนูที่ขึ้นชื่อของเรือนจันทร์เสวย คือเมนูไก่ต้มน้ำอ้อย เมนูพื้นถิ่นธรรมดาๆ

 

01

 

ที่รสชาติไม่ธรรมดา ที่ชาวบ้านในชุมชนสืบสานมานานกว่า 200 ปี เป็นอาหารที่คนในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำกินกัน โดยมีคุณติ๊ก หรือคุณกัณฐ์มณี พูลธนทวีกิจ อายุ 40 ปี เจ้าของเรือนจันทร์เสวย ที่เปิดเพื่อดึงคนในชุมชนมาสืบสานอาหารพื้นถิ่นให้คงอยู่

 

10

 

คุณติ๊ก หรือคุณกัณฐ์มณี พูลธนทวีกิจ ได้เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นเกิดจาก จังหวัดให้ผลักดันของดีในชุมชม ตามโครงการนวัตวิถี ตนจึงมานั่งคุยกับคนในชุมชนว่า บ้านวัดจันทร์บ้านเกิดของตนมีของดีอะไรที่สามารถต่อยอดและอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก เลยมาลงตัวที่เมนูอาหารพื้นถิ่น ซึ่งมีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน โดยมีคนเฒ่าคนแก่ในชุมชนให้ความร่วมมือ ใช้เรือนจันทร์เสวยแห่งนี้เป็นสถานที่รื้อฟื้นเมนูโบราณ โดยเมนูที่ขึ้นชื่อของเรือนจันทน์เสวยก็คือ เมนู “ไก่ต้มน้ำอ้อย 200 ปี” ที่มีป้าแป๊วหรือนางสมผล มีพยุง อายุ 72 ปี เป็นผู้ถ่ายทอดรสมือชั้นเยี่ยมที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ

 

08

 

ป้าแป๊วหรือนางสมผล มีพยุง บอกว่าวันนึงได้นั่งคุยกับหลาน ก็คือคุณติ๊ก หรือคุณกัณฐ์มณี พูลธนทวีกิจ ว่าอยากจะชูของดีในพื้นถิ่น อยากจะรวบรวมเมนูโบราณที่หาทานได้ยาก ก็เลยมาลงตัวที่ ไก่ต้มน้ำอ้อยสูตรโบราณ ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ อายุนับ 200 ปีเห็นจะได้ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่บรรพบุรุษเล่าต่อๆกันมา คือคนในสมัยนั้นจะเลี้ยงไก่เยอะ เพราะที่ทราบกันดีว่าองค์สมเด็จพระนเรศวรนั้นท่านชื่นชอบไก่มา ชาวบ้านก็เลี้ยงไว้ทั้งเป็นอาหาร และเป็นไก่ชน ประกอบกับสมัยก่อนไม่มีน้ำตาล ก็เลยใช้อ้อยแทนในการปรุงอาหาร ออกมาเป็นไก่ต้มน้ำอ้อย ต่อมาชาวบ้านวันจันทร์แห่งนี้ก็ได้ปรับปรุงสูตรอาหารจนมาเป็นไก่ต้มน้ำอ้อยสูตรโบราณ ที่รสชาติกลมกล่อม เป็นเมนูที่ทานได้ทั้งครอบครัว

 

11

 

ส่วนวิธีทำก็คือเตรียมวัตถุดิบคือไก่ทั่วไปถ้าจะให้อร่อยควรจะเป็นส่วนของปีกบนไก่ ต้นอ้อยสด น้ำตาบอ้อย สับปะรด ใบเตย เกลือ น้ำปรุงคือซอสหวาน และซีอิ๊ว จากนั้นก็ตั้งหม้อให้ร้อนแล้วน้ำต้นอ้อยทุบพอแตก ลงไปวางเรียงที่ก้นหม้อ นำไก่ลงไปเรียง ใส่น้ำตาลอ้อย และเกลือลงไปโปะหน้าด้วยสัปรดและใบเตย จากนั้นราดน้ำปรุงลงไป และเติมน้ำเปล่าให้ท่วมกองไก่ ปิดฝาและต้มทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจนเริ่มมีกลิ่นหอมของน้ำอ้อย ก็เปิดฝามาคนและตั้งให้เดือดก็เป็นอันเรียบร้อย ถ้าใครกลัวจะเลี่ยนก็ให้ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดจะอร่อยลงตัวมาก
คุณติ๊ก หรือคุณกัณฐ์มณี พูลธนทวีกิจ ได้บอกต่ออีกว่าได้เปิดเรือนจันทน์เสวยมาได้ประมาณ 4 เดือน โดยมีแม่ครัวเป็นคนเฒ่าคนแก่ในชุมชน ที่มาสืบสานอาหารคาวหวานของชุมชนที่กลัวจะเลือนหายไป มีหลากหลายเมนู ทั้งไก่ต้มน้ำอ้อยสูตรโบราณ มัจฉาเย้อจันทร์ วารีทอดกรอบ ราหูอมจันทน์ นารีจันทร์เจ้า ที่ราคาเริ่มต้นเพียง 60 บาท นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นให้เลือกทานทั้งแบบอาหารจานเดียว อย่างผัดไท ข้าวคลุกกะปิ ราคาเริ่มต้นเพียง 45 บาท และเมนูของหวาน ในตำนานอีกมากมาย อาทิ ชนมสัมปันนี ขนมทองโปร่ง ขนมทองพลุ ขนมพระพาย ขนมบุหลันดันเมฆ ขนมเสน่ห์จันทร์ ขนมตะลุ่ม ขนมสำปันนี ที่ราคาเริ่มต้นเพียงชุดละ 60 บาทเท่านั้น

 

04

 

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะไปชิมเมนูอาหารคาว หวาน พื้นถิ่นในตำนาน ที่คนเฒ่าคนแก่ในชุมชนบ้านวัดจันทร์มาร่วมกันสืบสานไว้ ท่ามกลางบรรยากาศกลางท้องทุ่งนาสีเขียวสบายตา ก็ไปได้ที่เรือนจันทร์เสวย บ้านเจ้าจัน จันทร์เจ้า ตั้งอยู่ที่ ม.2 บ้านวัดจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-20.00 น. โทรสั่งอาหารล่วงหน้า(จะได้ไม่ต้องรอนาน เพราะเป็นเมนูโบราณที่พิถีพิถันและรายละเอียดเยอะ) ทางเบอร์โทรศัพท์ 083-5539241  /  ทีมข่าวพิดโลกนิวส์  รายงาน

Comments

comments

Comments are closed.