ชาวพรหมพิรามกว่า 1 พันคน ประท้วงขอเขื่อนนเรศวร ปล่อยน้ำช่วยชาวนาอย่างเร่งด่วน

 

ชาวนา 12 ตำบล ของ อ.พรหมพิราม และ ต.ไผ่ขอดอน อ.เมือง รวมตัวกันกว่า 1000 คน กดดันประท้วงขอให้เขื่อนนเรศวรให้ปล่อยน้ำช่วยนาข้าวนับหมื่นไร่ ในพื้นที่ หลังประทบภาวะภัยแล้ง

เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 15 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณลานสนามหญ้าเขื่อนนเรศวร อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ชาวบ้าน จาก 12 ตำบล ของ อ.พรหมพิราม และ ต.ไผ่ขอดอน อ.เมือง จ.พิษณุโลก กว่า 1000 คน ได้รวมตัวกันมาขอความเห็นใจจากเขื่อนนเรศวร ให้ช่วยปล่อยน้ำไปเลี้ยงนาข้าวชาวนาในพื้นที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นำโดยนายสุทน สังสีแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมะต้อง และตัวแทนเกษตรกร ในพื้นที่ ได้เดินทางมาชุมนุม ขอให้ทั้ง 3 โครงการฯดำเนินการส่งน้ำช่วยเหลือข้าวที่ทำการเพาะปลูกไปแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย โดยได้จัดเวทีปราศรัยให้ตัวแทนของชาวบ้านในแต่ละตำบลได้ชี้แจงความเดือดร้อนของพื้นที่ของตนพร้อมเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาให้ส่งน้ำเข้าคลองชลประทานให้เกษตรกรทำนา โดยให้หน่วยงานชลประทานมีคำตอบให้กับประชาชนที่มาร่วมฟังซึ่งต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าหากวันนี้ไม่ได้คำตอบว่าจะปล่อยน้ำให้จะไม่ยอมกลับ

 

 

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดพิษณุโลกได้ออกมาชี้แจงกับชาวบ้าน ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาทางชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ได้เข้าใจและเห็นใจพี่น้องชาวนาในพื้นที่ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.63 ที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องยังเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อขอเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้ำบำรุงแดนจำนวน 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี ๒๕๖๓ ในพื้นที่ ซึ่งทางกรมชลประทานพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูฝนปี ๒๕๖๓ พบว่า ปริมาณน้ำตันทุน 3 เขื่อนหลัก ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2563 มีปริมาณน้ำใช้การได้ รวมกัน 1021 ล้านลูกบาศก์เมตร อัตราการระบายน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศและพืชต่อเนื่อง อัตราเฉลี่ยวันละ 21.10 ล้านลูกบาศก์เมตร ในกรณีไม่มี inflow จะมีน้ำใช้ถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 2563และหากทำการสนับสนุนตามที่เกษตรกรร้องขอจะมีน้ำใช้ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม ๒๕๖๓ ประกอบกับในระยะนี้ยังคงมีปริมาณฝนน้อยและไม่สม่ำเสมอ ทำให้น้ำไหลเข้าเขื่อนน้อย และในแม่น้ำสายหลักมีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจำนวนมาก เกษตรกรตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำมีการสูบใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง

 

 

ปัจจุบันเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำใช้การได้ 486 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ เพื่อใช้อุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศประมาณวันละ 11.5 ล้าน ลบ.ม. กรมอุตุฯคาดการณ์ว่าจะมีฝนทิ้งช่วงประมาณ 1 เดือน หากไม่มี น้ำไหลเข้าเขื่อนเลยจะมีน้ำใช้อีกประมาณ 42 วัน ซึ่งเสี่ยงต่อการ อุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ กรณีจะต้องส่งน้ำ ให้นาปี กับโครงการนเรศวร ก็ต้องส่งให้กับ พลายชุมพล ดงเศรษฐี และท่าบัวด้วย ในเขตโครงการที่รับน้ำจากเขื่อนนเรศวร รวมพื้นที่ประมาณ 600,000 ไร่และจะต้องช่วยน้ำเพิ่มขึ้นอีกวันละ ประมาณ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมน้ำที่เขื่อนสิริกิติ์จะต้องระบาย เป็น 19.5 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นจะเหลือน้ำใช้อีกประมาณ 25 วัน

 

 

แต่กลุ่มชาวบ้านเองก็ยังไม่พอใจในคำตอบของผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ที่ยังตอบไม่ตรงประเด็นว่าสรุปจะปล่อยน้ำช่วยชาวนาหรือไม่ และต่างยืนยันว่าหากไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน หรือคำตอบที่พอใจในวันนี้ วันพรุ่งนี้ก็จะมากันใหม่และจะรวมตัวชาวบ้านมาให้มากว่าวันนี้จนกว่าจะได้นำไปเลี้ยงนาข้าวที่ใกล้จะตาย

ต่อมานายสุรินทร์ ทรัพย์สกุล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนนเรศวร ได้ออกมาชี้แจงและจะดำเนินช่วยเหลือชาวบ้านด้วยการส่งน้ำเข้าคลองชลประทานต่างๆ ในลักษณะเลี้ยงคลอง เพื่อให้ชาวบ้านได้พอสูบน้ำไปบรรเทาพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกไม่ให้ข้าวยืนต้นตายเป็นการชั่วคราว โดยจะสามารถเริ่มส่งน้ำเข้าลำคลองสาขาได้ตั้งแต่ในช่วงเย็นวันนี้ทันที เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านเป็นการเบื้องต้นไปก่อนระหว่างรอน้ำฝนมาช่วยซึ่งคำตอบของผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนนเรศวร เป็นที่พอใจของชาวบ้านนับพันคนที่มารวมตัว ที่จะได้น้ำไปต่อชีวิตนาข้าวของตนเอง จึงปรบมือให้และแยกย้ายกันเดินทางกลับ

แชร์ไปยัง

Comments

comments

Comments are closed.