กองทัพภาคที่ 3 เชิญชวนร่วมกันรณรงค์ตามแนวคิด “New Normal – New HIV Testing : เอชไอวี ตรวจฟรี รู้เร็ว รักษาเร็ว ป้องกันได้”

 

กองทัพภาคที่ 3 เชิญชวนร่วมกันรณรงค์ตามแนวคิด “New Normal – New HIV Testing : เอชไอวี ตรวจฟรี รู้เร็ว รักษาเร็ว ป้องกันได้”

วันที่ 26 มิถุนายน 2563 กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 90 ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุทัยธานี ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี โดยมี พันเอก รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมด้วย พันเอก นายแพทย์ วิโรจน์ ชนม์สูงเนิน รองโฆษก เป็นผู้แถลงข่าวฯ มีสาระสำคัญดังนี้.-
จากข้อมูลของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2562 พบว่า มีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยและรู้สถานการณ์ติด เชื้อเอชไอวีของตนเอง มีจำนวนประมาณ 471,060 คน (ข้อมูลจาก Spectrum – AEM, 6 เม.ย. 63) มีผู้ติดเชื้อบางส่วนที่ยังไม่ทราบสถานะการติดเชื้อของตนเอง เนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีในระยะแรก ส่วนใหญ่ไม่ปรากฏอาการ จะทราบได้ก็ต่อเมื่อตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีเท่านั้น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถถ่ายทอดเชื้อได้ทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันทางเลือดและแม่สู่ลูก
ปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจรักษาการติดเชื้อเอชไอวีก้าวหน้ามากขึ้น มีการตรวจแบบทราบผลในวันเดียว (same day result) แต่ประชาชนและกลุ่มประชากรเฉพาะ ยังขาดการเข้าถึงการรับรู้สถานะและขาดความตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ทำให้การเข้าถึงบริการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีค่อนข้างน้อย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค มีเจตนารมณ์อย่างมุ่งมั่นที่จะยุติปัญหาเอดส์ ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ 1) ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ให้เหลือปีละ ไม่เกิน 1,000 ราย 2) ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวี เหลือปีละไม่เกิน 4,000 ราย และ 3) ลดการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศสภาวะ ลงจากเดิมร้อยละ 90

 

 

การดำเนินชีวิตแบบปกติใหม่ของประชาชน (New Normal) ในปัจจุบัน มุ่งเน้นมาตรการด้านการป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง เพื่อให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อต่างๆ การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีจึงเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและกลุ่มประชากรเฉพาะ กระทรวงสาธารณสุข จึงส่งเสริมการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามนโยบาย “New Normal – New HIV Testing : เอชไอวี ตรวจฟรี รู้เร็ว รักษาเร็ว ป้องกันได้”
ตรวจฟรี รู้เร็ว : การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีแบบรู้ผลในวันเดียว สำหรับคนไทยทุกคนที่มีบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก และครอบคลุมทุกกลุ่มวัย รวมไปถึงผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถเข้ารับบริการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้โดยความสมัครใจ ตรวจฟรี ปีละ 2 ครั้ง ได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่งที่ให้บริการภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีควรตรวจหลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยง ประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ผลการตรวจแม่นยำ สำหรับผู้ที่ทราบผลว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีจะได้รับการปรึกษาเรื่องการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ และหากพบการติดเชื้อเอชไอวี ควรเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็ว

 

รักษาเร็ว : การเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเร็ว ทำให้ไม่มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์และมีสุขภาพดี โดยมีความร่วมมือร่วมใจในการกินยาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จนสามารถกดปริมาณไวรัสในกระแสเลือดลงต่ำกว่า 1,000 Copies ต่อซีซีของเลือด ซึ่งผู้ที่อยู่ในภาวะดังกล่าว จะไม่ถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีผ่านทางเพศสัมพันธ์ หรือ Untransmittable ช่วยลดโอกาสถ่ายทอดเชื้อไปสู่คู่และผู้อื่น และสามารถวางแผนการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติได้ จึงต้องเร่งส่งเสริมให้ผู้มีเชื้อเอชไอวีเข้ารับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเร็วขึ้น ทั้งนี้ ระบบการรักษาฟรีทุกสิทธิ ผู้มีสิทธิประกันสุขภาพ (บัตรทอง) และสิทธิสวัสดิการข้าราชการ สามารถรักษาฟรีทุกโรงพยาบาลภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ ส่วนสิทธิประกันสังคม สามารถรักษาฟรีในโรงพยาบาลที่ระบุตามสิทธิในกรณีหญิงตั้งครรภ์ มีการส่งเสริมให้เข้ามาฝากครรภ์เร็วขึ้น เพื่อส่งเสริมมาตรการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบี จากแม่สู่ลูก
ป้องกันได้ : หากพบว่าติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับบริการปรึกษาโดยความสมัครใจและเป็นความลับ การรักษาด้วยยาต้านไวรัสโดยเร็ว รวมทั้ง บริการดูแลสุขภาพต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อแก่คู่ และการชวนคู่มาตรวจ เป็นต้น หากพบว่าไม่ติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับบริการปรึกษาเพื่อป้องกันให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และมีทางเลือกอื่น เช่น การใช้ยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (Pre – Exposure Prophylaxis หรือ PrEP) การใช้ยาป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (Post – Exposure Prophylaxis หรือ PEP) การใช้เข็มและอุปกรณ์ฉีดสะอาด เป็นต้น
และเนื่องในวันรณรงค์ตรวจเอชไอวี 1 กรกฎาคม 2563 นี้ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ขอเชิญชวนให้ข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมกันรณรงค์ตามแนวคิด “New Normal – New HIV Testing : เอชไอวี ตรวจฟรี รู้เร็ว รักษาเร็ว ป้องกันได้” เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและเห็นความสำคัญของการรู้สถานการณ์ติดเชื้อของตนเอง เพื่อการดูแลสุขภาพและวางแผนการดำเนินในชีวิตแนวใหม่ ลดปัญหาการเจ็บป่วยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งทุกคนควรให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพ และถือเป็นการดำเนินชีวิตแบบปกติใหม่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีสำหรับตัวเอง คู่ และครอบครัว

แชร์ไปยัง

Comments

comments

Comments are closed.