กองทัพภาคที่ 3 เตือนภัยมลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบต่างๆ ของร่างกาย

 

กองทัพภาคที่ 3 เตือนภัยมลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบต่างๆ ของร่างกาย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 106 ณ อาคารศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พันเอก รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมด้วย พันเอก นายแพทย์ วิโรจน์ ชนม์สูงเนิน รองโฆษกฯ เป็นผู้แถลงข่าวฯ มีสาระสำคัญดังนี้.-

 

 

ปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเรา ทำให้เกิดการเจ็บป่วยและเกิดโรคที่บั่นทอนสุขภาพ เป็นต้นว่า การเกิดโรคปอดหรือเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากได้รับฝุ่นละอองหรือสารพิษในอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เกิดโรคเครียดจากเสียงเครื่องจักรในแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม หรือได้รับอันตรายจากความเป็นพิษของขยะมูลฝอย โดยสรุปแล้ว สิ่งแวดล้อมถือว่ามีอิทธิพลต่อสุขภาพของมนุษย์เป็นอย่างมาก เพราะหากมนุษย์เราอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีสิ่งแวดล้อมไม่ดี มีความสกปรก หรือมีการสะสมของสารพิษที่เป็นอันตรายอยู่มากบริเวณดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบที่ก่อให้เกิดสุขภาพที่ไม่ดี หรือเกิดความเจ็บป่วยตามมา
มลพิษทางอากาศ หมายถึง ภาวะของอากาศที่มีสิ่งเจือปนอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ จนก่อให้เกิดโทษหรืออันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และทรัพย์สิน สิ่งเจือปนดังกล่าว เช่น ฝุ่นละออง ไอควัน แก๊สพิษ หรือ กลิ่นกัมมันตภาพรังสี
แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ

 

 

1) เกิดจากยวดยานพาหนะ ที่ใช้ในการเดินทางสัญจรของมนุษย์เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมลพิษทางอากาศ เพราะต้องมีการสันดาปเชื้อเพลิง ซึ่งการสันดาปเชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์นั้นก่อให้เกิดสารมลพิษที่ระบายสู่บรรยากาศ เช่น แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก เขม่า ควัน แก๊สซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ ตลอดจนสารตะกั่ว โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการจราจรคับคั่งหรือมีการจราจรติดขัดตามเมืองใหญ่ มักประสบกับปัญหามลพิษทางอากาศที่รุนแรง
2) จากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นแหล่งกำเนิดของมลพิษทางอากาศที่สำคัญ เพราะกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภทมักมีการเผาไหม้เชื้อเพลิง ทั้งเชื้อเพลิงที่เป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ซึ่งทำให้เกิดสารมลพิษทางอากาศมากมาย เช่น โรงงานอุตสาหกรรมกระดาษ โรงงานผลิตปุ๋ย โรงงานผลิตสารเคมี มักก่อสารมลพิษประเภทไฮโดรเจนซัลไฟด์ ออกไซด์ของซัลเฟอร์ สารระเหยอินทรีย์ กลิ่น และอนุภาคต่างๆ
3) เกิดจากการเกษตรกรรม การเกษตรกรรมทั้งการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมลพิษทางอากาศได้เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีปัจจัยมาจากการใช้สารเคมีสารปราบศัตรูพืช การใช้ปุ๋ยเคมี และการเผาซังข้าว หรือการกำจัดมูลสัตว์ที่ไม่ถูกวิธี

 

 

4) เกิดจากขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลที่ไม่ได้ทำลายด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค และมีสารอันตรายที่ปะปนในอากาศอีกทั้งการเผาทำลายขยะมูลฝอยบางประเภทอาจก่อให้เกิดแก๊สพิษที่เป็นอันตราย
5) เกิดจากที่อยู่อาศัยหรืออาคารบ้านเรือน แหล่งที่อยู่อาศัยเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดปัญหามลพิษทางอากาศได้ โดยเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเพื่อประกอบอาหาร ส่งผลทำให้เกิดขี้เถ้า เขม่า ควัน หรือแก๊สต่างๆ ฟุ้งกระจายในอากาศ
สารมลพิษที่เจือปนอยู่ในอากาศ ทำให้อากาศสกปรกหรือเป็นพิษที่ส่งผลทำลายสุขภาพ มีดังนี้.-
1) แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide: CO) เป็นแก๊สที่ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ติดไฟได้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ เช่น การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และเป็นแก๊สที่มีอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อสูดดมแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปยังปอด แก๊สดังกล่าวจะไปรวมตัวกับเฮโมโกลบิน (Haemoglobin) ของเม็ดเลือดแดงแทนอกซิเจน ส่งผลทำให้ต่างกายขาดออกซิเจน เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และถ้าได้รับปริมาณมากอาจทำให้เสียชีวิตได้

 

 

2) แก๊สซัลเฟอร์ได้ออกไซด์ (Sulphur Dioxide: SO2) เป็นแก๊สไม่ติดไฟ ไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภทถ่านหิน น้ำมันปิโตเลียม ถ่านไม้ เมื่อสูดดมซัลเฟอร์ไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกาย จะเกิดการระคายเคืองของระบบทางเดินหายใจ เกิดโรคหลอดลมอักเสบโรคปอดหรือโรคมะเร็ง
3) ออกไซด์ของไนโตรเจน เช่น แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เป็นแก๊สที่มีกลิ่นฉุน เมื่อสูดดมทำให้เกิดอาการหลอมลมอักเสบและปอดอักเสบ หรืออาจทำให้เกิดเนื้องอกในปอดได้ แก๊สไนตริกออกไซด์ (NO) มีกลิ่นฉุนมาก ทำลายเยื่อจมูกและหลอดลม ขัดขวางการได้รับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง
4) ฝุ่นและละอองทีมีขนาดเล็ก ฝุ่นและละอองที่มีอยู่ในอากาศรอบๆ ตัว มีทั้งที่มีสภาพเป็นของแข็งและของเหลว มีขนาดที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ขนาดเล็กมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งฝุ่นละอองที่ล่องลอยอยู่ในอากาศนั้นเกิดจากการก่อสร้าง ฝุ่นดินทราย ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรือเกิดจากการจราจร หรือโรงงานอุตสาหกรรม และเมื่อสูดเอาฝุ่นละอองเข้าสู่ปอดแล้ว ส่งผลทำลายสุขภาพ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็ก ซึ่งสามารถผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างและถุงลมปอด ส่งผลทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคปอด เกิดการระคายเคืองและทำลายเยื้อหุ้มปอด หรืออาจเกิดพังผืดและเป็นแผลในปอด ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของปอดลดลง

 

 

5) ควันดำและควันขาว ควันดำ คืออนุภาคคาร์บอน มีลักษณะเป็นผงเขม่าเล็กๆ ที่เหลือจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล เมื่อสูดดมเข้าสู่ร่างกายและจะไปสะสามในถุงลมปอดเป็นสารทำให้เกิดโรงมะเร็ง ส่วนควันขาวเกิดจากเครื่องยนต์ที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษา เมื่อหายใจเอาควันขาวเข้าสู่ปอดจะส่งผลทำให้หลอดลมอักเสบ นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อนัยน์ตาของคนทำให้เกิดอาการแสบและระคายเคืองอีกด้วย
6) ตะกั่ว ตะกั่วเป็นสารมลพิษที่ส่งผลทำลายระบบประสาท โดยตะกั่วที่มักพบอยู่ในบรรยากาศนั้นเกิดจากสารตะกั่วที่ใช้ผสมอยู่ในน้ำมันเบนซิลของเครื่องยนต์
มลพิษทางอากาศมีอันตรายต่อสุขภาพและระบบต่างๆ ของร่างกาย สรุปได้ดังนี้.-
1) ระบบทางเดินหายใจ อากาศที่เป็นพิษเข้าสู่ร่างกาย จะผ่านระบบทางเดินหายใจ อาจส่งผลให้จมูก คอ หลอดลม และปอดเกิดการอักเสบ อาจะทำให้เป็นมะเร็งที่ปอดและเสียชีวิตได้
2) ระบบไหลเวียนโลหิต พิษจากสารตะกั่วจะส่งผลให้เกิดโรคโลหิตจาง แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ จะรวมตัวกับเฮโมโกลบินส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน เกิดอาการวิงเวียนศีรษะเป็นลมหมดสติ ถ้าสะสม ในร่างกายเป็นเวลานานจะทำให้เสียชีวิตได้
3) ระบบประสาท พิษจากสารตะกั่วในอากาศเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำลายระบบประสาท อาจทำให้เป็นอัมพาต ปัญญาอ่อน และเสียชีวิตได้
4) ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ สารกัมมันตรังสีจะส่งผลให้เด็กที่อยู่ในครรภ์มารกาคลอดออกมามีร่างกายผิดปกติ พิษจากสารตะกั่วส่งผลให้เซลล์สืบพันธุ์ผิดปกติหรือเป็นหมันได้
5) ผิวหนัง อาจเกิดการระคายเคือง อักเสบ เป็นผดผื่นคันหรือเป็นลมพิษ ทั้งนี้เนื่องมาจากแพ้สารพิษ ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรือสารแปลกปลอมอื่นๆ ที่ปะปนอยู่ในอากาศ
ในการนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 มีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงได้มอบหมายให้โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่ง ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อเฝ้าระวังปัญหามลพิษทางอากาศมีอันตรายต่อสุขภาพและระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งหากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้าง มีอาการบ่งชี้ หรือสงสัยว่าป่วยดังอากการตามขั้นต้น ขอให้ได้ไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่ง ในพื้นที่ภาคเหนือ หรือโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อคัดกรอง วินิจฉัย และรักษาต่อไป

แชร์ไปยัง

Comments are closed.