จังหวัดพิษณุโลก ประชุมคณะกรรมการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน

บ่ายวันนี้ ( 12 ต.ค. 58) ที่ห้องประชุมสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ศาลากาลางจังหวัดพิษณุโลก นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน จังหวัดพิษณุโลก เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติ ในการควบคุม กำกับดูแล การจำหน่ายนมในโครงการอาหารเสริม(นม) โรงเรียน ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ในภาคเรียนที่ 1/2558 ทั้งนี้เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติ ไปถือใช้และปฏิบัติต่อไปได้ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการขายส่งน้ำนมและผู้ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
             นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวถึงสาระสำคัญของโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนว่า การเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพพระราชทาน นมโรงเรียนเป็นนโยบายของรัฐบาลไทย ที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เพื่อแก้ปัญหาการขาดสารอาหาร และภาวะทุพโภชนาการในเด็ก ด้วยเห็นว่า เด็กควรจะได้ดื่มนมซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อันจะส่งผลให้พัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพประกอบกับระยะเวลาดังกล่าว รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ให้สามารถขายน้ำนมดิบได้ และเป็นการส่งเสริมการใช้ผลผลิตภายในประเทศ จึงได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมอย่างจริงจังโดยในระยะแรกได้จัดสรรงบประมาณเป็นค่าอาหารเสริม (นม)สำหรับเด็กก่อนประถมศึกษา (อนุบาล 1 – 3)จนกระทั่งปี 2538 จึงจัดให้นักเรียนชั้น ป.1และขยายเป้าหมายให้นักเรียนได้ดื่มนมถึงชั้น ป.4 ในปี 2542 จนถึงปัจจุบัน
          ด้าน นายพิษณุ ตุลยวนิชย์ ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า สถานการณ์นมโรงเรียนของจังหวัดพิษณุโลก โดยรวม มี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อนมโรงเรียน จำนวน 102องค์กร ประกอบด้วยโรงเรียน จำนวน 417 โรง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 230 ศูนย์ โรงเรียนเอกชนที่จัดซื้อนมโรงเรียน จำนวน 13 โรงเรียน ทั้งนี้มีจำนวนนักเรียนโรงเรียนของรัฐและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 72,905 คน จำนวนนักเรียนโรงเรียนเอกชน 14,775 คน จำนวนนมโรงเรียนที่จัดซื้อระหว่างเปิดเรียน นมพาสเจอร์ไรส์ 7,289,576 ถุง นมUHT 1,791,379กล่อง จัดซื้อระหว่างปิดภาคเรียน นมUHT 2,177,329 กล่อง

Comments

comments

Comments are closed.