ตำรวจอุตรดิตถ์ แจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกง คนทำสัญญาและผู้ชักจูงคดีข้าวหมื่นกล่อง

01

 

ตำรวจอุตรดิตถ์ แจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกง คนทำสัญญาและผู้ชักจูงคดีข้าวหมื่นกล่อง
วันที่ 7 พ.ย. เวลา 19.30 น. ที่ สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินคดีข้าวหมื่นกล่องว่า ขณะนี้ ได้แจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 ราย คือ นางธนิตา จันทร์อิ่ม ผู้ชักชวน และ น.ส.กัญจ์หทัย สุกใส ผู้ทำสัญญา แล้ว โดยตนเอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธร ผู้กำกับการ สภ.พญาแมน สภ.วังกะพี้ พนักงานสอบสวนทุกคน เร่งทำงานกันตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงขณะนี้ โดยได้สอบปากคำผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่โรงานที่ผู้ทำสัญญากล่าวอ้างว่าทำข้าวกล่องส่ง ก็พบว่าไม่มีการทำสัมปทานดังกล่าว และได้ออกหมายเรียกเชิญผู้ถูกกล่าวหามาให้ปากคำ รวมทั้งเข้าตรวจค้นที่บ้านของผู้ถูกกล่าวหา ก็พบเส้นทางการโอนเงินต่างๆ มูลค่ากว่า 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหายังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าผู้เสียหายผิดสัญญา ซึ่งเป็นคดีทางแพ่ง และไม่ยอมบอกว่านำข้าวไปส่งที่ไหน บอกว่าจะให้การในชั้นศาล ซึ่งตามพฤติการณ์ การสั่งทำข้าวกล่อง 10,000 กล่อง โดยไม่มีที่มาที่ไป ก็ถือว่าผิดสังเกต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานให้ครอบคลุมและรวดเร็วที่สุด เพื่อให้เรื่องนี้กระจ่างโดยเร็ว ไม่ให้ใครตกเป็นเหยื่ออีก

ส่วนประวัติคดีอื่นๆ นั้น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ในทางข้อมูล นางธนิตา มีประวัติครอบครองยาเสพติด แต่มีการสู้คดีจนยกฟ้องแล้ว ก็จะดำเนินการตรวจสอบ ขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากเคยมีคดีฉ้อโกงในแถบนี้หลายคดี แต่สามารถเจรจายอมความและจบคดีไป จึงอยากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 รายฉ้อโกง ก็ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ สภ.พญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำ นางธนิตา จันทร์อิ่ม และ น.ส.กัญจ์หทัย สุขใส นั้น น.ส.นภัสวรรณ ยิ้มเจริญ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 194 ถ.เกษมราษฎร์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ได้เดินทางมาที่ สภ.พญาแมน และเปิดเผยว่า พอทราบว่า นางธนิตา และ น.ส.กัญจ์หทัย มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ จึงมารอเจอ และหากมีโอกาสได้พูดคุย ก็อยากจะถามว่า ยังมีชีวิตอยู่หรือ ยังไม่หยุดพฤติกรรมหลอกลวงชาวบ้านอีกหรือ ซึ่งปีที่ผ่านมาพ่อของตนคือ นายอัครเดช ยิ้มเจริญ ได้ทำสัญญาทำข้าวกล่องส่งให้ น.ส.กัญจ์หทัยเช่นกัน โดยมีระยะเวลาสัญญา 9 ปี ทำข้าวกล่องส่งวันละ 2 มื้อๆ ละ 10,000 กล่อง รวม 20,000 กล่อง เสียค่าทำสัญญาสัมปทานกว่า 700,000 บาท และซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการทำอาหารจาก น.ส.กัญจ์หทัยอีกว่า 2 ล้านบาท รวมเป็น 3 ล้านบาท แต่เมื่อทำข้าวกล่องส่งก็ไม่มีการรับข้าวกล่องไปตั้งแต่ทำครั้งแรก โดยอ้างว่าข้าวแฉะ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้พ่อซึ่งเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดอาการเครียดมากจนเสียชีวิต เนื่องจากพ่อตั้งใจและทุ่มเทกับงานนี้มาก โดยเลิกทำธุรกิจขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคมาทำงานนี้ ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากปรึกษากับทนายความแล้วได้รับคำแนะนำว่า สัญญาที่ทำตนเสียเปรียบทุกอย่าง เป็นคดีแพ่ง จะต้องเสียค่าทนาย เสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาล และไม่รู้ว่าจะได้ค่าชดเชยหรือไม่ จึงทำใจว่าฟาดเคราะห์ไป ทั้งนี้ ดีใจที่มีคนออกมาแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งตนพร้อมเป็นพยานให้เต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากสอบปากคำ นางธนิตา จันทร์อิ่ม แล้ว กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้นำตัว นางธนิตา เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 99/9ม.3 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านของ นางธนิตา ซึ่งเบื้องต้นตรวจพบสัญญาว่าจ้างต่างๆ ก่อนที่จะนำตัวกลับมาสอบปากคำต่อที่ สภ.พญาแมน โดยแยกห้องสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน เพื่อที่จะสอบสวนให้ได้ความจริงมากที่สุด
ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน

Comments

comments

Comments are closed.