เจ้าทุกข์รายล่าสุดเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา ยื่น หนังสือ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เผยถูกหลอดทำสัญญาขายน้ำส้มให้โรงานเสียเงินร่วมแสนบาท(มีคลิป)

06

 

เจ้าทุกข์รายล่าสุดเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา ยื่น หนังสือ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เผยถูกหลอดทำสัญญาขายน้ำส้มให้โรงานเสียเงินร่วมแสนบาท
กรณีชาว จ.อุตรดิตถ์ ถูกหลอกให้ทำข้าวกล่องและน้ำดื่มส่งให้กับโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก แต่โรงงานไม่เดินทางมารับของ ทำให้ผู้รับจ้างสูญเงินลงทุนไปเกือบ 1 ล้านบาท โดยเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 268/2 หมู่ 8 ต.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ มีนางธนิสร กุยแก้ว อายุ 42 ปี และ นางจอก นุชศรี อายุ 60 ปี สองแม่ลูก เป็นผู้เสียหายและเป็นเหยื่อของการถูกหลอกเรื่องนี้นั้น

 

 

ในวันนี้ เมื่อเวลา 15.45 น. ของวันที่ 8 พ.ย.61ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ นางสาวนพเกล้า พนมใส อายุ 29 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ที่ 7 ตำบลเมืองยาง อำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องทุกข์กับพล.ต.ต.พยูร์ ธนะศรีสืบวงศ์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (รรท.ผบก.ภ.จว.) อุตรดิตถ์ให้ช่วยเหลือหลังจากตนเองตกเป็นผู้เสียหายถูกนางธนิตา หลอกให้ทำสัญญาซื้อขายน้ำส้มส่งพนักงานโรงงาน โดยตนเองได้โอนเงินค่าสัมปทานแก้วน้ำส้มผ่านทางธนาคารกสิกรไทยจำนวน 40,000 ให้แก่นางกัญจ์หทัย สุกใส เมื่อวันที่ 26 ก.ย.61 และโอนเงินค่าน้ำส้มเกล็ดหิมะ จำนวนเงิน 56,000 บาทให้แก่นางกัญจ์หทัย เมื่อวันที่ 27 ก.ย.61 ที่ผ่านมาหลังจากนั้นมาเรื่องก็เงียบไม่ได้มีการส่งของหรือค้าขายกันจริงๆแต่อย่างใด ตนเองพยายามติดต่อนางกัญจ์หทัย ก็ติดต่อไม่ได้ซึ่งก่อนที่จะมีการติดต่อทำธุรกิจร่วมกันนั้น นางสาวนพเกล้า กล่าวว่านางธนิตาได้เคยไปทำผมที่ร้านตนเองการไปแต่ละครั้งก็มีการแต่งตัวดูหน้าเชื่อถือและการไปที่ร้านแต่ละครั้งก็ใช้รถราคาแพงและไม่ซ้ำกันเลย จนกระทั้งนางธนิตาได้บอกว่าตนเองได้รับสัมปทานส่งน้ำดื่มให้กับทางโรงงานแต่ตนเองงานยุ่งทำเองไม่ไหวและบอกว่าสนใจจะธุรกิจด้วยกันไหมแต่ว่าจะต้องทำสัญญาผูกมัดกันก่อนโดยต้องส่งน้ำส้มให้กับทางโรงงานในวันเสาร์และอาทิตย์จำนวน 8,000 แก้วต้นทุนแก้วละ 3 บาทแต่ขายให้ทางโรงงานในราคาแก้วละ 10 บาท เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งจะได้กำไร 112,000 บาทต่ออาทิตย์และยังบอกตนเองอีกว่าอีกหน่อยรวยแล้วก็ให้ทำบุญให้เยอะๆนะแล้วกรรมดีจะตอบแทนเราเอง
ซึ่งในวันนี้พล.ต.ต.พยูร์ ได้รับเรื่องจากนางสาวนพเกล้าไว้และกล่าวว่าขอให้สบายใจได้เพราะทางตำรวจจะเร่งดำเนินคดีในเรื่องนี้ให้ไวที่สุดเพราะว่าเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และยังกล่าวว่า
ล่าสุดในวันนี้ที่ สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ตนเองก็ได้สั่งการให้เรียกตัวนางกัญจ์หทัย สุกใส อายุ 41 ปี ชาว อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และ นางธนิตา จันทร์อิ่ม อายุ 43 ปี ชาว อ.พิชัย ผู้ว่าจ้างให้ทำข้าวกล่อง มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งกับ พ.ต.อ.คีรี เกีรติสาร รอง ผบก.ภจว.อุตรดิตถ์ ประธานคณะกรรมการสอบสวนระดับจังหวัด หลังเมื่อค่ำวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาเข้ามอบตัวต่อทีมพนักงานสอบสวน ภ.จว.อุตรดิตถ์แล้วครั้งหนึ่ง ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 มาพบพนักงานสอบสวนนั้น หลังลงจากรถยนต์ส่วนตัวแล้วก็ใช้ผ้าคลุมศีรษะรีบวิ่งไปบน สภ.พญาแมนทันที โดยไม่มีการสัมภาษณ์หรือพูดคุยกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ยังยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง จะขอให้การในชั้นศาลอย่างเดียว จากนั้นพนักงานสอบสวนควบคุมตัวทั้ง 2 ราย ส่งศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่ที่ศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่
พล.ต.ต.พยูร์ กล่าวว่า วันนี้มีเพียงรายเดียวที่เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับผู้ต้องหา แต่ทราบว่ามีอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อ หากต้องการแจ้งความก็ขอให้มาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ สภ.พญาแมน อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้ง 2 รายพบว่า ในรายของนางธนิตามีคดีความติดตัวมากถึง 10 คดีประกอบด้วยวันที่ 30 ธันวาคม 2546 มีคดียักยอกทรัพย์ที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ วันที่ 17 พฤษภาคม 2549 มีคดีปลอมแปลงเอกสาร เกิดขึ้นที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ วันที่ 29 เมษายน 2552 มีคดีฉ้อโกง ที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ วันที่ 9 กันยายน 2555 มีคดีฉ้อโกง ที่ สภ.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก วันที่ 8 มีนาคม 2556 คดีฉ้อโกง ที่ สภ.ไทรย้อย จ.พิษณุโลก วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 คดีครอบครอบยาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย ที่ สภ.พญาแมน วันที่ 25 สิงหาคม 2556 คดีฉ้อโกง ที่ สภ.พิชัย วันที่ 2 มีนาคม 2559 คดียักยอกทรัพย์ที่ สภ.พญาแมน วันที่ 13 มิถุนายน 2559 คดียักยอกทรัพย์ที่ สภ.พญาแมน วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 คดียักยอกทรัพย์ ที่ สภ.พญาแมน สำหรับคดียาเสพติดที่ขณะนี้ยังอยู่ในชั้นศาลนั้น ไม่น่าจะเป็นการฟอกเงินหรือเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมฉ้อโกงแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ยังพบว่า นางธนิตา ได้ฉ้อโกงญาติพี่น้อง ซึ่งค้ำประกันรถยนต์จำนวน 4 คัน ที่ออกรถยนต์มาพร้อมๆกันใน จ.อุตรดิตถ์ และ จ.พิษณุโลก แต่นางธนิตาไม่เคยส่งค่างวดเลย ทำให้ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นญาติพี่น้องถูกยึดบ้านพร้อมที่ดินขายทอดตลาด เพื่อชดใช้หนี้แทนใน ต.หาดกรวด อ.เมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านบิดาอดีตสามีของนางธนิตาเอง คดีนี้ใกล้จบและสรุปได้แล้ว หากไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้นที่สามารถนำผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ได้” พล.ต.ต.พยูร์ กล่าว
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่ง กล่าวว่า คดีฉ้อโกงสามารถยอมความหรือถอนแจ้งความกันได้หากคู่กรณีเจรจาชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่น่าพอใจกับผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พยายามที่จะไกล่เกลี่ยกับนางธนิสรอยู่ ยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพื่อขอให้นางธนิสรไม่เอาผิด ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อกับนางธนิสรทางโทรศัพท์มือถือเพื่อสอบถามกรณีที่ผู้ต้องหาติดต่อขอเคลียร์และชดใช้ค่าเสียหายเพื่อให้ถอนแจ้งความนั้น ปรากฎว่านางธนิสรปิดโทรศัพท์มือถือ
และในช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.ชัยเดช สุรวดี ผบ.มทบ.35 ก็ได้เข้าสังเกตการณ์ในคดีนี้ด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นคดีที่สำคัญ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายจังหวัด สังคมจับตามองว่าที่สุดแล้วคดีนี้จะจบลงอย่างไร
ปวินท์ อินกล่ำ รายงาน

Comments

comments

Comments are closed.