สาวว้าวุ่นใจ เจอเพื่อนบ้านคนจีนจอดรถขวาง เตือนก็ทำมึนว่าฟังไทยไม่ออก แปลให้ก็ยังทำเฉย

สาวว้าวุ่นใจ เจอเพื่อนบ้านคนจีนจอดรถขวาง เตือนก็ทำมึนว่าฟังไทยไม่ออก แปลให้ก็ยังทำเฉย – Pitlok News


สาวว้าวุ่นใจ เจอเพื่อนบ้านคนจีนจอดรถขวาง เตือนก็ทำมึนว่าฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง นิติไม่กล้ายกรถกลัวโดนฟ้อง ตำรวจบอกเป็นพื้นที่เอกชนทำอะไรไม่ได้

ผู้ใช้เฟซบุ๊กสมาชิกกลุ่ม พวกเราคือผู้บริโภค แชร์ประสบการณ์ปวดใจ เพื่อนบ้านชาวจีนจอดรถขวางหน้าบ้าน เตือนก็ทำมึนว่าฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง นิติไม่กล้ายกรถกลัวโดนฟ้อง ตำรวจบอกเป็นพื้นที่เอกชนทำอะไรไม่ได้ โดยระบุว่า

“วันนี้เราจะปรึกษาเรื่องใกล้ตัวทุกคน คือเรื่องการจอดรถในหมู่บ้านนะคะ เราซื้อบ้านทาวน์โฮมในหมู่บ้านแห่งหนึ่งชานเมืองย่านกรุงเทพกรีฑาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งบ้านนี้อยู่ใกล้กับบ้านพ่อแม่เรา แต่เรายังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ แค่ใช้เป็นที่เก็บของ เราเข้ามาเช็กบ้าน และเปิดบ้านให้คนฉีดปลวกเข้ามา service เดือนละครั้ง จนสุดท้ายเมื่อกลางปีที่ผ่านมาเราจึงติดป้ายประกาศขายบ้าน

ปัญหาคือเมื่อวานบ่าย เราเข้าไปจะเอาของที่บ้านและเช็กบ้านตามปกติ พบรถสีดำคันนี้จอดขวางประตูบ้านเรา ทำให้เราเอารถเราเข้าบ้านไม่ได้ ขณะนั้นฝนกำลังจะตก เราเลยถ่ายรูปรถส่งเข้าไลน์กลุ่มหมู่บ้าน ขอให้เจ้าของรถมาขยับรถ เรารออยู่ 10 นาที ยังไม่มีใครมา เราเลยโทรหานิติหมู่บ้าน ผู้จัดการแจ้งว่าจะให้ รปภ. มาดูให้ รปภ. มาถึงก็บอกว่ารถคันนี้เป็นของผู้เช่าคนจีนที่อยู่บ้านใกล้เรา ในบ้านคนจีนมีรถอีกคัน บ้านหนึ่งหลังมีที่จอดรถ 2 คัน แต่คนจีนเลือกจอดในบ้านแค่คันเดียว อีกคันเอามาจอดขวางหน้าบ้านคนอื่น

ประเด็นคือ รปภ.และนิติเคยแจ้งผู้เช่าคนจีนคนนี้หลายครั้งแล้วว่าห้ามจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น แต่คนจีนจะทำมึนว่าฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง และโบกมือไล่ รปภ. ให้ไปให้พ้น นิติพูดภาษาอังกฤษได้ (แต่พูดจีนไม่ได้) นิติเคยใช้ google translate แปลเป็นภาษาจีนบอกคนจีนว่าห้ามจอดขวาง คนจีนทำมือว่าโอเครับทราบ แต่ก็ยังคงจอดเหมือนเดิม

ตอนนี้คนจีนออกไปรับลูกที่โรงเรียน ที่บ้านกดกริ่งเรียกแล้วไม่มีคนอยู่ นิติไม่มีเบอร์คนจีน แต่มีเบอร์เจ้าของบ้าน จึงพยายามโทรหาเจ้าของบ้านเพื่อให้ช่วยติดต่อคนจีนให้มาขยับรถ แต่เจ้าของบ้านไม่รับสาย เราจึงโทรติดต่อ สน.ประเวศ ตามภาพสุดท้ายเพื่อปรึกษาคุณตำรวจ คุณตำรวจแจ้งว่าเหตุเกิดในหมู่บ้าน เป็นที่เอกชน ตำรวจทำอะไรไม่ได้ ให้แจ้งนิติ แล้ววางสายไป (เราได้คุยกับตำรวจแค่ 44 วินาทีเท่านั้น)

เราเลยเสิร์ชหาบริษัทบริการรถยกละแวกแวกบ้าน ได้คุยกับรถยก บริษัทแจ้งว่าไม่รับงานยกรถจอดขวางหน้าบ้าน เพราะเคยรับงานแล้วถูกเจ้าของรถฟ้องร้องเป็นคดีแพ่ง เลยขอไม่รับงาน

เราเห็นที่กรอบป้ายทะเบียนรถมีเบอร์ศูนย์ที่ออกรถ เป็นศูนย์ใกล้บ้าน เราเลยโทรไปที่ศูนย์ เล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฟัง และขอเบอร์เจ้าของรถ ซึ่งศูนย์ก็ให้มา แต่เราโทรไปเบอร์เจ้าของรถก็ไม่มีใครรับสาย

เราเลยเดินไปคุยกับผู้จัดการที่ออฟฟิศนิติ ผู้จัดการแจ้งว่าเคยให้รถยกเข้ามายกรถที่จอดขวางในหมู่บ้านอื่นแล้ว นิติโดนเจ้าของรถฟ้องร้องเหมือนกัน เลยช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ขอโทษเราซ้ำๆๆ ซึ่งก็ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ แหละค่ะ

ถึงจุดนี้เรางงค่ะ มีรถจอดขวางหน้าบ้าน นิติทำอะไรไม่ได้ ตำรวจทำอะไรไม่ได้ เราพยายามช่วยเหลือตัวเอง (ด้วยการโทรเรียกรถยก) ก็ทำอะไรไม่ได้ ที่จะมาเอาของก็เลยไม่ได้เอา เพราะของของเราเยอะและหนัก เราอยากจะถอยรถเอาท้ายรถเข้าบ้านจะได้ขนของง่ายๆ และไม่ต้องเปียกฝน (ของในลังคือหนังสือสะสม) ก็ทำไม่ได้ และตอนนี้เราย้ายมาอยู่คอนโดแถวศาลพระพรหมเอราวัณ การขับรถไปกรุงเทพกรีฑาไม่ใช่ใกล้ๆ นะคะ เรามารอบนี้เลยเสียเวลา ของก็ไม่ได้ขน

สรุปคือเรารอเจ้าของรถอยู่ 90 นาที แต่เจ้าของรถไม่โผล่มา เราเลยกลับบ้านมือเปล่าค่ะ

มีเพื่อนบ้านส่งไลน์ มาบอกว่าเจอปัญหาคนจอดรถขวางหน้าบ้านเหมือนกัน ทำให้ไปสนามบินไม่ทัน เลยตกเครื่องบิน เราเลยอยากปรึกษาเพื่อนๆ ว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ (อีก) ควรทำยังไงคะ เพราะเราดูไม่มีทางเลือกเลย ตอนเราลงรูปหน้าเฟซส่วนตัวไป มีเพื่อนเราบอกขำๆ ว่าน้ำปลาน่าจะช่วยได้ แต่เรามองว่าถ้าเราขายบ้านไม่ออกภายในปลายปีนี้ เราจะย้ายเข้ามาอยู่เอง เลยไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนบ้าน และกังวลเรื่องความปลอดภัยด้วยค่ะ”

งานนี้มีคอมเมนต์หลากหลาย บางคนก็ให้กำลังใจ บางคนก็บอกว่าแรงมาต้องแรงกลับ จะได้รู้ว่าเวลาเดือดร้อนใจนั้นเป็นอย่างไร

แหล่งที่มา

สามารถติดตามข่าวสารในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงจากเราได้ทุกวันที่ pitloknews.com

Facebook
Twitter
Email
Scroll to Top