นายกฯ ไม่เห็นด้วย แต่ไม่ก้าวก่าย มติ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.50%

นายกฯ ไม่เห็นด้วย แต่ไม่ก้าวก่าย มติ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.50% – Pitlok News


 

นายกฯไม่เห็นด้วย มติ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.50% แต่ไม่สิทธิ์ไปก้าวก่าย บอกรัฐบาลอยากเห็นนโยบายการเงินการคลังไปด้วยกัน 

วันที่ 7 ก.พ. 67 นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ ภายหลังเป็นประธานการประชุมกรรมการคณะกรรมการระดับระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศปี 2569 ซึ่งปรากฏว่านายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีรายชื่อเข้าร่วมประชุมด้วยได้ส่งตัวแทนเข้าประชุมแทน 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็ต้องน้อมรับ เป็นหน้าที่ของ กนง. เราไม่มีสิทธิ์ หน้าที่ของตนคือเขาเขียนว่าฝ่ายรัฐบาลจะต้องทำอะไรบ้าง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่ตรงไหน แต่เมื่อผลโหวตออกมาแบบนั้นรัฐบาลไปก้าวก่ายไม่ได้ 

“ถ้าถามว่าเห็นด้วยไหมก็ต้องบอกว่าไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายอยู่แล้ว ทาง กนง. มีความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายทางการเงิน เราอยากเห็นนโยบายการเงินการคลังไปด้วยกัน และตอนนี้เงินเฟ้อติดลบ 4 เดือนแล้ว” นายเศรษฐา กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะฝ่าวิกฤตความเห็นต่างไปได้ นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญในสังคมไทย เราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุน แต่ความเห็นต่างเป็นเรื่องที่สังคมต้องยอมรับได้ และความเห็นต่างเราจำเป็นต้องบริหารความคาดหวังซึ่งกัน ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และภายใต้กรอบที่ไม่ก้าวร้าวซึ่งกันและกัน ต้องบริหารจัดการกันไป 

เมื่อถามว่า เป็นการบีบให้ถอยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า  “ไม่มีความรู้สึกใดๆทั้งสิ้นครับ เป็นหน้าที่ที่ต้องบริหารจัดการเรื่องนี้แล้ว “ 

เมื่อถามว่า แม้มติครั้งนี้ กนง. ยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ยังคาดหวังว่าครั้งหน้าจะลดลงใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็ต้องดูตัวเลขไปเรื่อยๆ ตนก็ไม่ได้มีธงว่าต้องลดอะไร แต่ตัวเลขก็ออกมาตลอดเวลา ถ้าตัวเลขบ่งชี้ว่าไม่ต้องลดตนก็จะออกมาบอกความเห็นของตน ก็เห็นต่าง หรือเห็นด้วย หรือเห็นสมควร หรือว่าต้องมีการโน้มน้าว หรือต้องมีการพูดคุยก็ต้องต้องทำต่อไป 

เมื่อถามว่า มีความเห็นต่างระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายปฏิบัติ จะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการนโยบายต่อไปหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า มีอุปสรรคก็ต้องแก้ไขกันไปในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ปัญหาความปลอดภัยทางสังคม หรือปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อเราอยู่ตรงนี้เราถูกเลือกเข้ามาแล้ว เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนถูกเลือกมาให้ดูแลปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทย 

ซึ่งปัญหาก็มีความยากง่ายแตกต่างกันไป ก็ต้องพยายามต่อไป ไม่ได้เสียกำลังใจหรือท้อถอย เพราะเรามายืนตรงนี้แล้ว ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต้องดูแลเมื่อมีความเห็นต่างก็ต้องพูดคุยกัน

 

แหล่งที่มา

สามารถติดตามข่าวสารในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงจากเราได้ทุกวันที่ pitloknews.com

Facebook
Twitter
Email
Scroll to Top