กระบะเสียหลักพุ่งชนรถแบ็คโฮริมถนนสายเอเชีย คนเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวดับ 2 ศพ

กระบะเสียหลักพุ่งชนรถแบ็คโฮริมถนนสายเอเชีย คนเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวดับ 2 ศพ – Pitlok News


กระบะเสียหลักพุ่งชนรถแบ็คโฮที่จอดเดินท่อริมถนนสายเอเชีย คนเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต 2 ราย

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 16 มิถุนายน 2566 พ.ต.ท.กัมพล อินทีวงศ์ สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนรถแบ็คโฮบริเวณถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 16 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย ถูกอัดก๊อปปี้ติดค้างอยู่ภายในรถ จึงประสานกำลังรถกู้ชีพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างเร่งเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลตสีแดง 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กจ 1835 พระนครศรีอยุธยา สภาพตัวรถพังยังเยินหลังคายุบ มีผู้ติดค้างอยู่ภายในรถ 2 รายอาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งนำอุปกรณ์ตัดถ่างงัดนำร่างผู้บาดเจ็บออกมา รายแรกเป็นผู้หญิงเจ้าหน้าที่นำออกมาก่อนช่วยกันทำ CPR แต่ไม่เป็นผลผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจพบเอกสารตามบัตรประชาชนระบุชื่อนางสาวอัตลดา ลุมพะ อายุ 32 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บรายที่ 2 เป็นชายเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาได้ช่วยกันทำ CPR ก่อนนำตัวเร่งส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตต่อมาที่โรงพยาบาล ทราบชื่อนายอิศรา ภักดีเตล็บ อายุ 26 ปี ชาวตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

1686963181853

ใกล้กันพบรถแบ็คโฮจอดอยู่ริมถนนมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนที่ล้อตะขาบ ตัวรถมีรอยกระแทกและยังพบชิ้นส่วนของรถกระบะตกอยู่ทั้งกันชนหน้า เศษไฟและชิ้นส่วนของรถกระบะแต่ไม่พบว่าใครเป็นเจ้าของ เนื่องจากเป็นรถแม็คโครที่จอดเดินท่อริมถนนไม่พบคนงาน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครส่งร่างผู้เสียชีวิตชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต จ.ปทุมธานี อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานโดยรอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุต่อไป

แหล่งที่มา

สามารถติดตามข่าวสารในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงจากเราได้ทุกวันที่ pitloknews.com

Facebook
Twitter
Email
Scroll to Top